posttoday
SET ฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันร่วง-แรงหนุนงาน Thailand Focus 2026

SET ฟื้นตัว หลังราคาน้ำมันร่วง-แรงหนุนงาน Thailand Focus 2026

26 สิงหาคม 2569

InnovestX คาด SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น หลังราคาน้ำมันร่วง และมีแรงหนุนจากงาน Thailand Focus 2026 วันแรก จับตาประชุม กนง. วันนี้ กลยุทธ์การลงทุน “Selective Buy” แนะนำ CRC และ OR

KEY

POINTS

  • ดัชนี SET ฟื้นตัวจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง หลังมีข่าวการเจรจาเพื่อพิจารณาเปิดช่องแคบฮอร์มุชอีกครั้ง
  • ตลาดได้รับแรงหนุนจากงาน Thailand Focus 2026 ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (Fund Flow) จากนักลงทุนสถาบัน
  • ปัจจัยบวกเสริมมาจากการคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น การอุดหนุนโซลาร์รูฟท็อป และไทยเที่ยวไทยพลัส

บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินว่า SET แกว่งตัวฟื้นขึ้น หลังราคาน้ำมันร่วงลง จากข่าวอิหร่านประกาศกลับมาเจรจากับโอมานอีกครั้ง เพื่อพิจารณาเปิดช่องแคบฮอร์มุช อีกทั้งกาตาร์เดินหน้าประสานสหรัฐฯ-อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจา 

 

นอกจากนี้ คาดมีแรงหนุนจากงาน Thailand Focus 2026 วันแรก ประเด็นติดตามวันนี้ การประชุม กนง., การประชุมสภาฯ อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงินฯ ในส่วนของ 2 แสนล้านบาท ส่วนคืนนี้ติดตามดัชนี PCE ก.ค. ของสหรัฐฯ ทางเทคนิคดัชนีหลุด 1600 จุด อาจรีบาวด์สลับแต่ กรอบการฟื้นตัวจํากัด

 

ทั้งนี้ ช่วงสั้นมอง SETจะแกว่งตัวไซด์เวย์ โดยแม้มีปัจจัยหนุนจากความคาดหวัง Fund Flow จะไหลเข้าสะสมในหุ้นขนาดใหญ่ (SET50) รับ Sentiment บวกจากการจัดงาน Thailand Focus 2026 (26-28 ส.ค.) ที่เปิดเวทีเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก 

 

อีกทั้งยังมีประเด็นบวกจากการพิจารณานโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องของภาครัฐ อาทิ การอุดหนุนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป, ไทยเที่ยวไทยพลัส ขณะที่การประชุม กนง. คาดยังคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% แต่ยังต้องระวังความเสี่ยงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อภาพการลงทุนและเศรษฐกิจจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ

 

ดังนั้น กลยุทธ์ลงทุนแนะนำให้ "Selective Buy" ผ่าน 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้

 

1. Thailand Focus Play ซึ่งคาดจะได้อานิสงส์จากความหวัง Fund Flow จะไหลเข้าจากงาน Thailand Focus โดยเน้นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและสถิติมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกจากการจัดงานนี้ ได้แก่ CRC CPN GPSC KKP PTTGC CENTEL WHA

 

2. Policy Play ซึ่งได้ประโยชน์จากความคืบหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ได้แก่ มาตรการไทยเที่ยวไทยพลัส (ERW CENTEL AWC CPALL CPN), มาตรการหนุนพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปและข้อสรุป PDP2026 (GULF GPSC BGRIM GUNKUL WHAUP), การเร่งเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก่อนปิดปีงบประมาณและร่าง พ.ร.บ. งบฯ ปี 2027 (STECON CK SCC SCCC)

 

3. High Dividend Play เพื่อสร้างกระแสเงินสดเข้าพอร์ตได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นดักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ซึ่งคาดให้ Div. Interim Yield >2% ได้แก่ AMATA (XD 26 ส.ค.) SIRI (XD 27 ส.ค.) BCH (XD 27 ส.ค.) PRM (XD 27 ส.ค.) TLI (XD 28 ส.ค.)

 

4. Laggard Play ซึ่งราคาหุ้นยังปรับขึ้นช้ากว่า SET สวนทางโมเมนตัมกำไรครึ่งหลังปี 2569 ที่คาดจะ เติบโตได้ดีทั้ง YoY และ HoH ทำให้คาดจะเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนที่จะหมุนเข้ามาเก็งกำไร ได้แก่ AP PR9 SAWAD HMPRO BDMS TU BCH BCPG MTC TIDLOR

 

สำหรับหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ CRC ปัจจัยสนับสนุนจาก SSS ใน ก.ค. ที่ฟื้นตัว 1.3%YoY แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อในระยะสั้น กำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามยอดขายและมาร์จิ้น ซึ่งเป็นผลจากการปรับราคาสินค้า, สัดส่วนยอดขาย Private Brand ที่สูงขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เป้าหมายระยะสั้นที่ 29.25 บาท

 

OR ปัจจัยสนับสนุนระยะสั้นจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลง ลดแรงกดดันต่อความต้องการใช้เชื้อเพลิงและฐานะกองทุนน้ำมันฯ คาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในธุรกิจ Mobility ในครึ่งหลังปี 2569 ขณะที่ธุรกิจ Lifestyle ยังคงแข็งแกร่ง ล่าสุดได้ประกาศจ่ายปันผล 0.30 บาท/หุ้น (Div. Yield 2.4%) ขึ้น XD 7 ก.ย. นี้ เป้าหมายระยะสั้นที่ 12.80 บาท

ข่าวล่าสุด

'รังสิมันต์ โรม'จี้ ป.ป.ช. สาวโกงสอบท้องถิ่นถึงยุค ม.บูรพา-ฝ่ายการเมือง

'รังสิมันต์ โรม'จี้ ป.ป.ช. สาวโกงสอบท้องถิ่นถึงยุค ม.บูรพา-ฝ่ายการเมือง