
“แสวง”แจงเอาผิด “ฮั้ว สว.” ต้องครบ 3 เงื่อนไขตัวผู้สมัคร
แจงเงื่อนไขการยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อเอาผิดเอาผิดผู้สมัคร สว. ทุจริตเลือกตั้งได้ ผู้สมัครต้องเป็นผู้กระทำการทุจริตด้วยตนเอง หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำของผู้อื่น
นาย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ระหว่างตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การลงคะแนนในพื้นที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ กรณีพรรคฝ่ายค้าน และภาคประชาชน เรียกร้องให้ กกต.ยื่นศาลฎีกา เอาผิดผู้ที่กระทำผิดในคดีโกงเลือก สว.ทั้ง 229 คน
เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ากระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 นั้น ขอให้ข้อมูลองค์ประกอบความผิด ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิผู้เลือก หลังประกาศผลการเลือก สว.ไปแล้วว่า
ขอให้ข้อมูลองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิผู้ได้รับการคัดเลือกหลังประกาศผลการเลือก สว.ไปแล้ว มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. ต้องเป็นการกระทำของ “ผู้สมัครรับเลือก” เท่านั้น ที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรับเลือกรู้เห็นการกระทำของผู้อื่น
“หากผู้สมัครรับเลือกไม่ได้กระทำการทุจริต หรือไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำของบุคลอื่นก็มีประเด็นว่า อยู่ในบังคับมาตรา 226 หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้”
2. การกระทำที่ “ทุจริต” อาทิ จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอม แลกคะแนน หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น
3. มี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ” การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
“ถ้าครบองค์ประกอบความผิดทั้ง 3 องค์ประกอบความผิดดังกล่าว กกต. ต้องส่งให้ศาลฎีกา ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ” นายแสวง ระบุ







