
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้เส้นเงินปมฮั้วส.ว. ยังฟันธงไม่ได้ว่าเกี่ยวคดี
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุเส้นเงินที่ “พริษฐ์-ยิ่งชีพ” เปิดเผย ต้องสอบที่มาและวัตถุประสงค์ก่อน ชี้ทุกข้อสงสัยต้องตัดสินจากพยานหลักฐาน ไม่ควรคาดคะเน
KEY
POINTS
- ดร.ณัฏฐ์ วงศ์เนียม ชี้ว่าเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงนักการเมืองหญิงกับเจ้าหน้าที่ กกต. ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก ส.ว.
- ต้องมีการตรวจสอบที่มา วัตถุประสงค์ และความเชื่อมโยงของการโอนเงินกับการกระทำผิดให้ชัดเจนก่อน เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี
- แนะว่าไม่ควรด่วนสันนิษฐานว่าเป็นการทุจริต และควรให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยยึดตามพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน แสดงความเห็นกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์ เปิดเผยข้อมูลเส้นทางการเงินเชื่อมโยงนักการเมืองหญิงรายหนึ่งกับเจ้าพนักงาน กกต. ในจังหวัดอำนาจเจริญ โดยระบุว่า ยังไม่ควรสรุปว่าเส้นทางการเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก ส.ว. จนกว่าจะตรวจสอบที่มา วัตถุประสงค์ และความเชื่อมโยงกับการกระทำที่ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวว่า หากพิจารณาประเด็นคดีฮั้ว ส.ว. จากรายงานการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษในเดือนกันยายน 2567 และกุมภาพันธ์ 2568 ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อ ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อสงสัยเรื่อง “โพยฮั้ว” และการจัดตั้งกลุ่มผู้สมัครเพื่อ “บล็อกโหวต”
ดังนั้น หากจะนำเส้นทางการเงินมาใช้เป็นพยานหลักฐานในคดี ต้องตรวจสอบให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ ผู้กระทำ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด รวมทั้งต้องพิสูจน์ว่าเงินที่มีการโอนนั้นมีวัตถุประสงค์เกี่ยวข้องกับการเลือก ส.ว. หรือไม่
สำหรับกรณีการโอนเงินระหว่างนักการเมืองหญิงซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกับเจ้าหน้าที่ กกต. รายดังกล่าว ดร.ณัฏฐ์เห็นว่า ต้องสอบถามบุคคลทั้ง 2 โดยตรงว่าเป็นการชำระเงินเรื่องใด และไม่ควรสันนิษฐานล่วงหน้าว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต
แม้การโอนเงินจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ซึ่งอยู่ในช่วงการเลือก ส.ว. ระดับจังหวัด แต่ขณะนั้นกระบวนการเลือกในระดับอำเภอได้ผ่านไปแล้ว อีกทั้งการเลือกในระดับจังหวัดเกิดขึ้นทั่วประเทศ ไม่ได้จำกัดเฉพาะจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง
ดร.ณัฏฐ์มองว่า หากมีการจัดระบบบล็อกโหวตจริง กระบวนการย่อมต้องเตรียมการตั้งแต่ก่อนการสมัคร เพื่อจัดหาบุคคลเข้าสมัครในแต่ละกลุ่ม และรองรับการเลือกไขว้ระหว่างกลุ่มตามขั้นตอนของการเลือก ส.ว.
ส่วนข้อมูลเส้นทางการเงินที่นายพริษฐ์และนายยิ่งชีพเปิดเผยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา และต่อมาถูกนำไปขยายผลผ่านรายการโทรทัศน์นั้น ดร.ณัฏฐ์ย้ำว่า ต้องตรวจสอบให้ชัดว่าเป็นเงินประเภทใด เกี่ยวข้องกับการทุจริตเลือก ส.ว. ปี 2567 หรือเกี่ยวพันกับการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์หรือไม่
“ต้องฟังความให้ยุติก่อน อย่าไปคาดคะเน ทุกอย่างว่ากันตามพยานหลักฐาน” ดร.ณัฏฐ์กล่าว
ชี้กฎหมายไม่ห้ามตั้งคนใกล้ชิดเป็นผู้ช่วย ส.ว.
ดร.ณัฏฐ์ยังกล่าวถึงกรณี ส.ว. บางรายแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดเป็นผู้ช่วยว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามการแต่งตั้งคนใกล้ชิดเป็นผู้ช่วยดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญงาน หรือผู้ช่วย ส.ว. แต่ผู้ได้รับแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย
พร้อมยกกรณีการแต่งตั้งผู้ช่วยของ สส. พรรคประชาชนมาเปรียบเทียบ โดยเห็นว่าควรใช้มาตรฐานเดียวกันในการตรวจสอบ หากมีข้อกล่าวหาว่าผู้แต่งตั้งนำเงินค่าตอบแทนของผู้ช่วยกลับไปเป็นประโยชน์ของตนเอง ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเช่นเดียวกัน
ดร.ณัฏฐ์จึงย้ำว่า ทั้งกรณีเส้นทางการเงินและการแต่งตั้งผู้ช่วย ไม่ควรตัดสินจากข้อสันนิษฐานหรือความเชื่อทางการเมือง แต่ควรให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นผู้ชี้ขาด โดยยึดพยานหลักฐานเป็นสำคัญ.







