posttoday
'พริษฐ์' แฉหลักฐาน ฮั้วสว. จี้ ยุติธรรมแจงปม DSI ส่งฟ้องแค่ 8 คน จาก 229 คน

'พริษฐ์' แฉหลักฐาน ฮั้วสว. จี้ ยุติธรรมแจงปม DSI ส่งฟ้องแค่ 8 คน จาก 229 คน

09 กรกฎาคม 2569

'พริษฐ์' ซัก รมว.ยุติธรรมกลางสภา เปิดข้อมูลโยงคดีฮั้ว สว. ถามเหตุ DSI ส่งฟ้องเพียง 8 คน พร้อมขอคำยืนยันไม่ยุติคดีตามมติ กกต.

 9 ก.ค. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 หรือคดีที่ถูกเรียกว่า “ฮั้ว สว.” พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI จึงสรุปสำนวนเสนออัยการสั่งฟ้องเพียง 8 คน ทั้งที่มีข้อมูลระบุว่ามีผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ 229 คน

 

นายพริษฐ์กล่าวว่า คดีนี้ไม่ควรถูกมองเพียงคำว่า “ฮั้ว สว.” แต่ควรเรียกว่า “โกง สว.” เพราะข้อกล่าวหาไม่ได้มีเฉพาะการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร ทำโพย หรือแลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพฤติการณ์จ้างคนมาสมัคร จ้างคนมาโหวต เพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ

 

นายพริษฐ์ระบุว่า คดีนี้ถูกตรวจสอบผ่าน 2 ช่องทาง คือ การตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ DSI บางส่วนเข้าร่วมในคณะไต่สวนชุดที่ 26 และการตรวจสอบโดย DSI โดยตรง ซึ่งรับเป็นคดีพิเศษตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2568 ในฐานความผิดเกี่ยวกับอั้งยี่ ฟอกเงิน และความผิดที่เกี่ยวข้อง

 

นายพริษฐ์ตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่า ขบวนการดังกล่าวมีรายละเอียดอย่างไร มีเส้นทางการเงินแบบใด ใครเป็นผู้จ่ายเงิน มีการจ่ายกี่ครั้ง จำนวนเท่าใด และผู้ถูกกล่าวหา 229 คนมีใครบ้างที่เป็น สส. หรือรัฐมนตรี พร้อมขอให้ชี้แจงว่า DSI มั่นใจเพียงใดว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษได้จริง

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า คดีดังกล่าวมีการสอบปากคำผู้กล่าวหา 1 ปาก สอบพยานแล้ว 753 ปาก และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 8 คน ในข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร และสมคบกันฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่ได้รับการชี้แจงรายละเอียดจากเจ้าหน้าที่ DSI ที่รับผิดชอบสำนวนหรืออัยการคดีพิเศษว่า เส้นทางการเงินเกี่ยวพันกันอย่างไร หรือแต่ละกลุ่มมีใครบ้าง

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยังระบุว่า ความผิดหลักตามมาตรา 77 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. และ กกต. ยังไม่มีมติวินิจฉัยความผิดดังกล่าว จึงไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการได้

 

นายพริษฐ์โต้ว่า การชี้แจงของรัฐมนตรีสะท้อนมาตรฐานที่แตกต่างจากการตอบกระทู้คดีพิเศษอีกคดีหนึ่งก่อนหน้านี้ ซึ่งรัฐมนตรีสามารถอธิบายรายละเอียดคดีและเอ่ยชื่อนักการเมืองที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน แต่ในคดีฮั้ว สว. กลับอ้างว่าไม่สามารถให้รายละเอียดได้เพราะอยู่ในสำนวน

 

จากนั้น นายพริษฐ์ได้เปิดเผยข้อมูลที่อ้างว่าเป็นหลักฐานเพิ่มเติมในหลายจังหวัด โดยเริ่มจากจังหวัดนครพนม ซึ่งมีคลิปเสียงของ สว. คนหนึ่งในช่วงที่ยังเป็นผู้สมัคร โดยอ้างว่ามีการเสนอผลประโยชน์ให้ผู้สมัครรายอื่น ทั้งการจ่ายเงินหลักแสนบาท การสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก และการเสนอตำแหน่งผู้ช่วย สว.

'พริษฐ์' แฉหลักฐาน ฮั้วสว. จี้ ยุติธรรมแจงปม DSI ส่งฟ้องแค่ 8 คน จาก 229 คน

นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงข้อมูลจากจังหวัดหนองบัวลำภู สิงห์บุรี สุโขทัย และสุพรรณบุรี โดยอ้างว่ามีพฤติการณ์โอนเงินให้ผู้สมัคร สว. การนัดหมายผู้สมัครก่อนการเลือก สว. การให้เซ็นใบลาออก และการกำชับแนวทางตอบคำถามต่อหน่วยงานตรวจสอบ พร้อมระบุว่า หากข้อมูลเหล่านี้เป็นความจริง ย่อมชี้ว่าผู้เกี่ยวข้องอาจมีมากกว่า 8 คนที่ DSI ส่งสำนวนให้อัยการ

 

นายพริษฐ์ถามรัฐมนตรีว่า หลักฐานเหล่านี้อยู่ในสำนวนหรือไม่ หากอยู่ในสำนวน เหตุใด DSI จึงส่งฟ้องเพียง 8 คน แต่หากไม่อยู่ในสำนวน เหตุใดข้อมูลดังกล่าวจึงไม่ถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ

 

พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ไม่ทราบว่าหลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนหรือไม่ หากมีพยานหลักฐานควรนำไปมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะสภาไม่ใช่หน่วยงานรับฟังพยานหลักฐานในคดี

 

ในช่วงท้าย นายพริษฐ์ตั้งคำถามสำคัญ 3 ข้อ คือ DSI ยังเดินหน้าตรวจสอบคู่ขนานโดยไม่รอมติ กกต. หรือไม่ การโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวข้องกับแรงกดดันทางการเมืองหรือคดีนี้หรือไม่ และหาก กกต. มีมติไม่ดำเนินคดีภายในต้นเดือนกันยายน DSI จะยังเดินหน้าตรวจสอบต่อหรือไม่

 

นายพริษฐ์กล่าวว่า หาก DSI นำมติของ กกต. มาเป็นเหตุผลยุติคดี จะทำให้สังคมตั้งคำถามว่าไม่ได้มีเพียงการฮั้ว สว. แต่กำลังมีการฮั้วกันทั้งกระดานระหว่าง กกต. DSI และฝ่ายการเมือง ซึ่งจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศ “จากเทาเป็นดำสนิท”

 

พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า ข้อมูลที่ตนเคยตอบในคดีพิเศษก่อนหน้านี้ เป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเคยชี้แจงต่อสื่อมวลชนแล้ว ส่วนคดีฮั้ว สว. ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ DSI หรืออัยการคดีพิเศษมาชี้แจงรายละเอียดให้ตนทราบ จึงไม่สามารถตอบในฐานะรัฐมนตรีได้

 

สำหรับการโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพลยืนยันว่า เป็นเพราะปฏิบัติหน้าที่ครบ 4 ปี จึงมีการปรับโอนไปดำรงตำแหน่งในสำนักนายกรัฐมนตรีตามกฎหมายและระเบียบราชการ ไม่มีเหตุผลอื่น ส่วนคำถามที่เหลือไม่สามารถตอบได้

ข่าวล่าสุด

CP ยื่นเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ติด BOI ลุ้น กพอ.ชี้ชะตา

CP ยื่นเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน ชี้ติด BOI ลุ้น กพอ.ชี้ชะตา