
แสวงอยู่ต่อ กกต.ไม่รู้ชุดไหนมีอำนาจประเมินผลงาน รอกฤษฎีกาตีความ
ณรงค์ กลั่นวารินทร์ เผย กกต. มีมติส่งกฤษฎีกาตีความอำนาจประเมินผลงานเลขาฯแสวง บุญมี สอบตก 60% เสี่ยงพ้นเก้าอี้ตามเงื่อนไขสัญญาจ้าง
KEY
POINTS
- กกต. มีมติส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า กกต. ชุดเก่าหรือชุดใหม่มีอำนาจในการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ กกต.
- การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีกระแสข่าวว่านายแสวง บุญมี ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลงานประจำปี 2568 ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง
- นายแสวง บุญมี จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีความชัดเจนทางกฎหมายจากคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยว่า กกต. มีมติส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ เพื่อความรอบคอบว่า กกต. ชุดใดมีอำนาจหน้าที่ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. หลังมีกระแสข่าวลือว่านายแสวงไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินประจำปี 2568 ด้วยคะแนนต่ำกว่าร60% ซึ่งอาจส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่งภายในเดือนมิถุนายน 2569 นี้ ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้าง
นายณรงค์กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรอความเห็นจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา พร้อมขอร้องอย่าเพิ่งคาดเดาในแง่ร้ายหากผลประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากทุกอย่างมีข้อกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน
นอกจากนี้ยังได้ปฏิเสธกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มองว่านายแสวงเป็นผู้รับแรงปะทะ หรือ "หนังหน้าไฟ" ในการจัดการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
นายณรงค์ ยืนยันว่า กกต. ทำงานในรูปแบบคณะกรรมการที่มีหน้าที่กำกับดูแล ส่วนเลขาธิการ กกต. ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทของตนเอง ไม่ใช่การผลักภาระให้ทำหน้าที่แทน และปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแช่แข็งคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่อย่างใด
เมื่อวันที่8มิ.ย.69 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวที่โรงแรมเซนทาราไลฟ์ แจ้งวัฒนะ โดยระบุว่า "ไม่มีความเห็น" เนื่องจากตนเองอยู่ในฐานะผู้รับการประเมินและเป็นเรื่องของคู่สัญญา ส่วนแนวโน้มการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความนั้น ตนเองทราบเท่าที่ควรรู้เท่านั้น
เมื่อวันที่ 5มิ.ย.69 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ตั้งคำถามถึงสิทธิ์ของประชาชนในการประเมิน กกต. พร้อมเสนอเกณฑ์ประเมินตามทัศนะส่วนตัว 5 หัวข้อ หัวข้อละ 20 คะแนน รวม 100 คะแนน ผลปรากฏว่า นายแสวงได้ 59 คะแนน ส่วน กกต. ได้เพียง 49 คะแนน ซึ่งถือว่าสอบตกทั้ง 2 ฝ่าย แต่นายแสวงกลับถูกเลิกจ้างเพียงฝ่ายเดียว โดยรายละเอียดคะแนนประกอบด้วย:
ประสิทธิผลการทำงานตามกรอบกฎหมาย: ให้ 20 คะแนนเต็มทั้งคู่
การจัดการเลือกตั้งให้สุจริต เที่ยงธรรม: ให้ 5 คะแนนเท่ากัน เนื่องจากประชาชนทราบเรื่องการซื้อเสียงแต่ กกต. ไม่ทราบ
ประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการสืบสวน: นายแสวงได้ 8 คะแนน กกต. ได้ 10 คะแนน
การสื่อสารแก่สาธารณะ: นายแสวงได้ 14 คะแนน กกต. ได้ 2 คะแนน เนื่องจากไม่ปรากฏตัวต่อสื่อมวลชน
ความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่: ให้ 12 คะแนนเท่ากัน
ที่มาคำสั่งประเมินผลงานปี 2568 จาก กกต. ชุดเดิม
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 มีรายงานจากสำนักงาน กกต. ว่า นายแสวงอาจต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากคณะกรรมการ กกต. ชุดเดิมที่มี นายอิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน ได้ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี 2568 (สิ้นสุดเมื่อเดือนกันยายน) ไม่ผ่านเกณฑ์ 100 ละ 60 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 56 ที่กำหนดให้การพ้นจากตำแหน่งเป็นไปตามสัญญาจ้าง
ปัจจุบัน คณะกรรมการ กกต. ชุดเดิมส่งผลคะแนนมาแล้ว 6 คน ได้แก่ นายอิทธิพร บุญประคอง, นายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์, นายปกรณ์ มหรรณพ, นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ, นายชาย นครชัย และนายสิทธิโชค อินทรวิเศษ ยังคงขาดคะแนนของ นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ อีก 1 คน ซึ่งสำนักงาน กกต. อยู่ระหว่างติดตามเอกสารเพื่อสรุปเรื่องเสนอต่อที่ประชุม กกต. ชุดใหม่ที่มีนายณรงค์เป็นประธาน เนื่องจากผลการประเมินดังกล่าวยังไม่ได้ถูกนำเสนอต่อที่ประชุมจนกระทั่งมีการเปลี่ยนผ่านคณะกรรมการเป็นชุดปัจจุบัน







