
ดร.ณัฐวุฒิ ชี้แก้รัฐธรรมนูญใหม่ผ่านยาก ติดกับดักสว. ห้ามเลือกสสร.โดยตรง
พรรคเพื่อไทยถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังภูมิใจไทยกังวลขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ด้าน ดร.ณัฐวุฒิ ชี้เลือก สสร. โดยตรงไม่ได้ และต้องผ่านด่าน สว. 67 คน โอกาสสำเร็จริบหรี่
KEY
POINTS
- คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญห้ามรัฐสภาจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรงจากประชาชน
- กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร. ต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่างน้อย 1 ใน 3 หรือ 67 คน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ
- การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยต้องผ่านการทำประชามติถึง 3 ครั้งตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 พรรคเพื่อไทยได้ประกาศถอนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อนำไปปรับปรุงร่างใหม่อีกครั้ง ภายหลังพรรคภูมิใจไทยมีมติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ถอนรายชื่อออกจากร่างเสนอญัตติดังกล่าว เนื่องจากกังวลว่าเนื้อหาอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งมีประชาชนเสียงข้างมากจำนวน 21.2 ล้านเสียง เห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เป็นเพียงขั้นตอนการหยั่งเสียงรอบแรกเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีร่างพิมพ์เขียวและยังไม่มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยชี้ขาดที่ 18/2568 ระบุชัดเจนว่า รัฐสภามีอำนาจจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดให้มีการทำประชามติจำนวน 3 ครั้งและมีสาระสำคัญคือ "รัฐสภาไม่อาจจัดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง" ซึ่งถือเป็นข้อห้ามเด็ดขาดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 วรรคท้าย ที่ผูกพันทุกองค์กร
ดังนั้น กระบวนการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จึงไม่สามารถกระทำได้ เพราะการลงประชามติเป็นประชาธิปไตยทางตรง ส่วนการเลือกตั้ง สสร. เป็นประชาธิปไตยทางอ้อม จะใช้สิทธิ 2 ทางในเรื่องเดียวกันไม่ได้
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ผลประชามติจะแสดงว่าประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่โอกาสที่จะผลักดันให้สำเร็จแทบเป็นศูนย์ เนื่องจากกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในหมวด 15 และหมวด 15/1 เพื่อกำหนดที่มาของ สสร. นั้น มีกับดักกฎเหล็กถึง 2 ชั้น ซ่อนอยู่ในวาระที่ 1 และวาระที่ 3 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 256(3)
และมาตรา 256(6) ซึ่งกำหนดว่าต้องได้เสียงเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ สว. จำนวน 67 คน ดังนั้น ตัวแปรสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่เสียงของประชาชน 21.2 ล้านเสียง แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถรวบรวมเสียง สว. ให้ได้อย่างน้อย 67 คน เพื่อผ่านดักกฎเหล็กนี้ได้หรือไม่
สำหรับแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอดีต เคยเกิดขึ้นสำเร็จในสมัยรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2539
ขณะที่ข้อกฎหมายปัจจุบันเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยึดโยงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ซึ่งระบุว่า รัฐสภามีอำนาจและหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องจัดให้ประชาชนออกเสียงประชามติเพื่อสอบถามเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญทั้งก่อนและหลังเสร็จสิ้นกระบวนการ







