posttoday
คลังเตือน เอาชื่อพ่อแม่ลดภาษี แต่ไม่ดูแล ส่อถูกตรวจสอบ-หมดสิทธิหักลดหย่อน

คลังเตือน เอาชื่อพ่อแม่ลดภาษี แต่ไม่ดูแล ส่อถูกตรวจสอบ-หมดสิทธิหักลดหย่อน

05 มิถุนายน 2569

ปลัดคลัง ย้ำเกณฑ์ใหม่บัตรสวัสดิการ คัดเฉพาะผู้ยากไร้ไร้คนดูแล เปิดทางอุทธรณ์ผู้ถูกตัดสิทธิ ชี้ลูกใช้สิทธิลดหย่อนพ่อแม่แต่ไม่ดูแลจริงอาจถูกเพิกถอนสิทธิในอนาคต

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังเตือนบุตรที่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา แต่ไม่ได้ให้การดูแลจริง อาจถูกตรวจสอบและเพิกถอนสิทธิ
  • การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีดังกล่าวจะถูกนำมาเป็นเกณฑ์พิจารณาว่าผู้สูงอายุมีผู้ดูแลแล้ว ซึ่งอาจทำให้ไม่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน)
  • หากตรวจสอบพบว่าบุตรไม่ได้ดูแลพ่อแม่จริง จะถูกตัดสิทธิลดหย่อนภาษี ส่วนพ่อแม่สามารถยื่นอุทธรณ์เพื่อขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืนได้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการลงทะเบียนและคัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 ว่า รัฐบาลต้องการบริหารงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด โดยมุ่งช่วยเหลือผู้ที่ยากจนจริงและไม่มีผู้ดูแล ดังนั้นเกณฑ์พิจารณาผู้มีสิทธิถือบัตรฯ จะให้ความสำคัญกับข้อมูลครอบครัว โดยเฉพาะกรณีที่บุตรนำชื่อบิดา-มารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งถือเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวมีผู้ดูแลอยู่แล้ว และอาจไม่เข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือในกลุ่มผู้ยากไร้ที่ไม่มีผู้ดูแล

นายลวรณ กล่าวว่า สิทธิหักลดหย่อนภาษีจากการอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา 30,000 บาทต่อปี คิดเป็นมูลค่าเทียบเท่าการดูแลประมาณ 2,500 บาทต่อเดือนต่อคน ซึ่งสูงกว่าสวัสดิการจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ได้รับเฉลี่ยราว 300 บาทต่อเดือน

“สิ่งที่กระทรวงการคลังและรัฐบาลตั้งใจทำ คือการช่วยเหลือคนที่จนที่สุดจริง ๆ และไม่มีใครดูแล ดังนั้นกลุ่มที่มีลูกหลานนำสิทธิพ่อแม่ไปหักลดหย่อนภาษี ก็สะท้อนว่ามีคนดูแลอยู่แล้ว ซึ่งสิทธิหักลดหย่อน 30,000 บาทต่อปี เทียบเท่ากับการดูแลพ่อหรือแม่ 2,500 บาทต่อเดือน มากกว่า 300 บาทที่รัฐให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นี่คือหลักที่นำมาพิจารณา” นายลวรณ กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกณฑ์ดังกล่าวเป็นการรังแกลูกกตัญญูนั้น มองว่า ลูกที่เอาชื่อพ่อแม่ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้ดูแลจริงถือลูกอกตัญญู อย่างไรก็ตามรัฐบาลเปิดช่องให้อุทธรณ์อย่างเป็นธรรม โดยผู้สูงอายุที่ถูกตัดสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ระหว่างวันที่ 18 กรกฎาคม-16 สิงหาคม 2569

“ลูกที่เอาชื่อพ่อแม่ไปใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้ดูแลจริงต่างหาก คือ ลูกอกตัญญูตัวจริง เอาสิทธิพ่อแม่มาใช้แล้วไม่ดูแล ส่วนพ่อแม่ที่ไม่ได้รับการดูแลจริงก็สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ เรามีระบบข้อมูลที่ตรวจสอบได้ว่ามีการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้วได้ดูแลพ่อแม่จริงหรือไม่” นายลวรณ กล่าว

ทั้งนี้ หากตรวจสอบแล้วพบว่าผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลจากบุตรหลานตามที่มีการนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี หรือไม่ทราบมาก่อน จะสามารถได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคืน ขณะที่ผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่ตรงข้อเท็จจริงจะถูกตรวจสอบสิทธิ และไม่สามารถนำชื่อบิดามารดามาใช้หักลดหย่อนได้อีก

พร้อมกันนี้ กระทรวงการคลังได้สั่งการให้กรมสรรพากรเร่งสรุปตัวเลขผู้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกรณีอุปการะบิดามารดา เพื่อประเมินผลกระทบของเกณฑ์ดังกล่าว โดยเชื่อว่าจำนวนผู้ที่อาจหลุดจากโครงการด้วยเงื่อนไขนี้จะมีไม่มาก เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปัจจุบัน 13.18 ล้านคน

“วันนี้ควรหารือกันว่าวิธีคิดนี้ถูกหรือผิด ไม่ใช่จำนวนคนที่จะถูกตัดออกมากหรือน้อย กระทรวงการคลังยืนยันว่าการช่วยเหลือต้องพุ่งเป้าไปยังคนที่จนจริง ๆ และไม่มีคนดูแลจริง ๆ” นายลวรณ กล่าว

นอกจากนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งผู้ที่หลุดจากเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากเหตุมีครอบครัวดูแล โดยยังได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามปกติ และสามารถเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย 60/40 ได้ ซึ่งปัจจุบันยังมีสิทธิคงเหลือมากกว่า 4 ล้านสิทธิ

ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังเตรียมปรับวิธีค้นหาผู้มีรายได้น้อยที่ตกหล่นจากระบบ โดยดึงกระทรวงมหาดไทยเข้ามาเป็นกลไกหลัก ผ่านผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเทศบาล เพื่อสำรวจกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก่อนส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ Data Lake เพื่อคัดกรองด้วยมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ป้องกันระบบอุปถัมภ์ และให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ยากไร้ตัวจริงมากที่สุด

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 157 ONE Championship วันนี้ 5 มิ.ย.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 157 ONE Championship วันนี้ 5 มิ.ย.69