
"รังสิมันต์" ลุยสอบTH-AI Passportพบพิรุธบริษัทพลังงานร่วมประมูล
กมธ.กฎหมาย รับลูกตรวจโครงการ TH-AI Passport หลังพบ บ.น้ำมันโผล่ชิงงาน เล็งเชิญ "ไชยชนก" แจงล็อกสเป็ก พร้อมจี้คดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติ ย้ำต้องทลายอำนาจมืด
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้รับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน เพื่อขอให้ตรวจสอบความผิดปกติในโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเข้าข่ายน่าสงสัยใน 2 ประเด็นทางกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ที่เน้นย้ำเรื่องความคุ้มค่า ความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และการตรวจสอบได้ รวมถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) ว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือล็อกสเป็กในเงื่อนไขการประมูล (TOR) หรือไม่
นายรังสิมันต์ เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมีข้อสงสัยที่อาจเชื่อมโยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยข้อมูลจากผู้ร้องเรียนระบุว่า มีบางบริษัทที่เข้าร่วมประมูลเป็นบริษัทด้านน้ำมัน ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ธุรกิจที่มีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับพลังงานจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม ทาง กมธ. จะยังไม่เปิดเผยรายชื่อบริษัทในขณะนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาได้เข้ามาชี้แจงอย่างเป็นธรรม โดย กมธ. จะนำเรื่องรายละเอียด TOR ไปหารือต่อ พร้อมทั้งจะทำหนังสือเชิญ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ามาชี้แจง เนื่องจากข้อมูลที่เคยตอบกระทู้ในสภาฯ ยังมีรายละเอียดที่ไม่ตรงกัน และจะพิจารณาออกคำสั่งเรียกต่อไปหากจำเป็น ซึ่งหากพบพยานหลักฐานที่ชัดเจน จะดำเนินการตรวจสอบทั้งทางกฎหมาย ทางการเมือง และส่งต่อให้องค์กรอิสระตรวจสอบขั้นต่ำ
นอกจากนี้ นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงวาระการพิจารณาของ กมธ. ในช่วงบ่ายวันนี้ โดยจะมีการพิจารณากรณีที่ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. พรรคประชาชาติ ถูกลอบทำร้าย ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติที่น่าพอใจ โดยประเด็นหลักจะพุ่งเป้าไปที่เรื่องอาวุธปืนและข้อมูลส่วนบุคคล ทาง กมธ. ยืนยันว่าจะไม่ปล่อยผ่านเรื่องนี้ และไม่นำเรื่องการอยู่ต่างพรรคมาเป็นเงื่อนไข เนื่องจากคดีนี้ต้องเป็นบรรทัดฐานในการปกป้องไม่ให้มีการคุกคาม และกลไกนิติบัญญัติจะต้องได้รับความปลอดภัยเพื่อทำหน้าที่แก้ปัญหาให้ประชาชน โดยตั้งเป้าที่จะขยายผลเพื่อทำลายกระบวนการใช้อำนาจมืดและไม่ปล่อยให้ผู้รับเหมาหรืออยู่เบื้องหลังลอยนวลเด็ดขาด ขณะเดียวกันในช่วงเช้าทาง กมธ. ยังได้ติดตามกรณีตำรวจอุ้มคนจีน ซึ่งจะมีการแถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินคดีและการขยายผลต่อไปหลังจากคดีเริ่มเงียบหายไป







