
ปชป. เตรียมฟ้องดำเนินคดีกลุ่มบิดเบือนคำพูด อภิสิทธิ์ ปมระบอบสีน้ำเงิน
โฆษก ปชป. รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกลุ่มบิดเบือนคำสัมภาษณ์ อภิสิทธิ์ ปมระบอบสีน้ำเงิน ยันถูกใส่ร้ายโยงสถาบัน เร่งสร้างบรรทัดฐานหยุดข่าวปลอม
KEY
POINTS
- พรรคประชาธิปัตย์เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลและสื่อที่บิดเบือนคำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในประเด็น "ระบอบสีน้ำเงิน"
- การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ในข้อหานำเข้าข้อมูลเท็จ ซึ่งพรรคต้องการสร้างบรรทัดฐานเพื่อหยุดยั้งข่าวปลอมและการใส่ร้ายทางการเมือง
- ข้อเท็จจริงคือ นายอภิสิทธิ์ไม่ได้นิยาม "ระบอบสีน้ำเงิน" แต่ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมการเมืองปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับ "ระบอบทักษิณ" ในอดีตที่ใช้อำนาจเกินขอบเขต
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคประชาธิปัตย์กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด กับบุคคลและสื่อบางกลุ่มที่บิดเบือนคำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับประเด็น "ระบอบสีน้ำเงิน" ซึ่งเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่สร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคมอย่างรุนแรง
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือน ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นและประชาชน โดยพรรคต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการหยุดยั้งการเผยแพร่ข่าวปลอมและการใส่ร้ายป้ายสีทางการเมือง
สำหรับที่มาของกรณีนี้ เกิดจากการที่นายอภิสิทธิ์ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์ช่อง 1 โดยตอบคำถามถึงนิยามของ "ระบอบสีน้ำเงิน" ว่า ไม่ประสงค์จะนิยามว่าเป็นระบอบสีใด แต่ตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมทางการเมืองในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับ "ระบอบทักษิณ" ในอดีต ที่ฝ่ายบริหารใช้อำนาจเกินขอบเขตและเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ จนทำให้กลไกการตรวจสอบไม่สามารถทำงานได้อย่างเที่ยงธรรม
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้เน้นย้ำถึงความกังวลต่อสถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะกรณีการสมรู้ร่วมคิดเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. ที่อาจนำไปสู่การแทรกแซงองค์กรตรวจสอบ รวมถึงความผิดหวังต่อการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ใน 1 คดี ที่มีคำวินิจฉัยค้านสายตาประชาชน เช่น กรณีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนเครือข่ายตรวจสอบจากภาคประชาชน แทนการข่มขู่ผู้ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการทุจริต







