
ศาลฎีกาสั่ง "เอกราช" พ้น สส. ตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี คดียักยอกเงินสหกรณ์ครู
ศาลฎีกาพิพากษาให้ "นายเอกราช ช่างเหลา" พ้นตำแหน่ง สส. พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป และสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี หลังพบทุจริตยักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2568 หมายเลขแดงที่ 2/2569 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นผู้ร้อง นายเอกราช ช่างเหลา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดขอนแก่น เป็นผู้คัดค้าน กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
ศาลฎีกาไต่สวนพบว่า ในช่วงปี 2554 ถึงปี 2562 นายเอกราชอาศัยโอกาสขณะดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด กระทำการทุจริตดังนี้
ยักยอกเงินสหกรณ์: ถอนเงินสหกรณ์ 396,000,000 บาท เข้าบัญชีตนเอง แล้วนำเงิน 106,000,000 บาท ไปซื้อที่ดิน 5 แปลง รวมเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 34.9 ตารางวา โดยใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ และนำที่ดิน 3 แปลง ไปจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์เพื่อประกันหนี้ให้บริษัทพวกพ้องโดยมิชอบ นอกจากนี้ยังมีเงินส่วนต่างที่สูญหายอีก 290,000,000 บาท
ปลอมแปลงเอกสาร: ร่วมกันแก้ไขและปลอมสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์หลายครั้ง เพื่อตบตาแสดงต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยตกแต่งตัวเลขให้สมาชิกเข้าใจว่ามีเงินคงเหลือประมาณ 400,000,000 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินเหลือเพียงประมาณ 70,000 บาท
การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานยักยอก ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม เป็นการไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ นายเอกราช พ้นจากตำแหน่ง สส. นับแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดไป และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา
สำหรับ นายเอกราช ช่างเหลา เป็นนักการเมืองชื่อดังในจังหวัดขอนแก่น ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 โดยเริ่มต้นสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ในเวลาต่อมา โดยดำรงตำแหน่งเรื่อยมาจนกระทั่งถูก ป.ป.ช. ยื่นร้องต่อศาลฎีกาในคดีทุจริตเงินสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ซึ่งเป็นคดีความยาวนานตั้งแต่สมัยที่นายเอกราชยังบริหารงานในสหกรณ์ดังกล่าว จนนำมาสู่คำพิพากษาถึงที่สุดของศาลฎีกาในครั้งนี้







