
พิพัฒน์เมินวาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน ยันทำตามหน้าที่-ฝ่ายค้านแค่หาผลงาน
พิพัฒน์ รัชกิจประการ เมินวาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน ชี้การเมืองเรื่องปกติ ย้ำฝ่ายบริหารทำหน้าที่ตนเอง ส่วนฝ่ายค้านโจมตีเพราะต้องมีผลงานไปบอกประชาชน
KEY
POINTS
- นายพิพัฒน์มองว่าวาทกรรม "ระบอบสีน้ำเงิน" เป็นเรื่องปกติทางการเมืองและอ้างว่าไม่เข้าใจความหมาย
- ระบุว่าการทำหน้าที่ตรวจสอบของฝ่ายค้านเป็นไปเพื่อสร้างผลงานสำหรับชี้แจงต่อประชาชน
- วาทกรรมดังกล่าวถูกนิยามโดยฝ่ายค้านว่าหมายถึงเครือข่ายอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ซึ่งมีอิทธิพลเหนือวุฒิสภาและองค์กรอิสระ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองมีการใช้วาทกรรม "ระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ซึ่งฝ่ายบริหารมีหน้าที่ต้องทำงานในแต่ละกระทรวงให้ดีที่สุด ส่วนฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ หากฝ่ายค้านไม่ทำหน้าที่ดังกล่าว ก็จะไม่มีผลงานไปชี้แจงต่อประชาชน
นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวพาดพิงว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นเพียงตัวแทนของระบอบสีน้ำเงิน นายพิพัฒน์กล่าวตอบเพียงว่า ไม่เข้าใจความหมาย และขอให้ไปสอบถามจากผู้ที่ให้สัมภาษณ์เอง
ชนวนเหตุของกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ระบอบสีน้ำเงิน จนทำให้กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 89 คน ออกมาร่วมกันเรียกร้องให้แถลงขอโทษภายใน 3 วัน พร้อมทั้งขู่ที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากมองว่าเป็นการกล่าวหาว่าใช้อำนาจฉ้อฉลและบิดเบือน
ทางด้านนายณัฐพงษ์ได้ออกมายืนยันว่าจะไม่มีการแถลงขอโทษ แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นการแสดงความคิดเห็นด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อตั้งข้อสังเกตต่อระบบ โดยอธิบายความหมายของระบอบสีน้ำเงินว่า หมายถึงเครือข่ายอำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชน ซึ่งมีอิทธิพลเหนือวุฒิสภาและองค์กรอิสระ ไม่ได้เจาะจงถึงตัวบุคคลหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้ระบบการตรวจสอบถ่วงดุลยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง







