
‘จุลพันธ์’ รับลูก กกร. ชง ครม. ต่ออายุแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ
รมว.แรงงาน ยอมรับไทยวิกฤตขาดแคลนแรงงาน สวนทางวัยทำงานลดลง เตรียมชง ครม. ด่วน เร่งต่ออายุใบอนุญาต 4 สัญชาติ พร้อมเดินหน้าวางแผนระยะยาว
25 พ.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ที่กระทรวงแรงงาน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรีรับหนังสือข้อเสนอการแก้ไขปัญหาภาวะแรงงานขาดแคลน จากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
ทาง กกร. ระบุว่า ปัจจุบันภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานสะสมมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ปัจจัยหลักมาจากความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการมีประเทศคู่แข่งในการนำเข้าแรงงานจากเมียนมา ส่งผลให้แรงงานเมียนมาเข้ามาทำงานในไทยลดลง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานเพศชาย ทำให้ปัจจุบันไทยเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานสูงถึง 5 แสนคน สวนทางกับจำนวนประชากรวัยทำงานในประเทศที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
กกร. จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม พร้อมขอให้กระทรวงแรงงานวางแผนทดแทนแรงงานในระยะยาว ด้วยการขยายฐานนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่น เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยชี้ว่าการเร่งแก้ปัญหานี้ จะช่วยขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงภายหลังรับหนังสือว่า รัฐบาลยอมรับว่าประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานจริง ดังนั้น มาตรการเร่งด่วนในการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงาน 4 สัญชาติที่อยู่ในไทย จึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ให้สะดุด แม้ก่อนหน้านี้จะมีปัญหาการกระทบกระทั่งบริเวณชายแดน แต่อยากให้แยกแยะว่าเป็นประเด็นระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล ไม่ใช่ปัญหาระหว่างประชาชน
นายจุลพันธ์ ย้ำว่า จะรีบนำข้อเสนอนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งสั่งการเชิงนโยบายให้เร่งแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ยังพำนักอยู่ในไทย แต่กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมายเนื่องจากติดขัดเรื่องการต่อทะเบียน ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง ส่วนแนวทางการเปิดด่านเพื่อนำเข้าแรงงานล็อตใหม่นั้น ยังต้องขึ้นอยู่กับแนวนโยบายภาพรวมของรัฐบาล
สำหรับแผนระยะยาวในการนำเข้าแรงงานจากกลุ่มประเทศใหม่ๆ เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รัฐมนตรีฯ ระบุว่า กระทรวงแรงงานเล็งเห็นความจำเป็นและได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันในอนาคตต่อไป







