“ปริญญา” ชำแหละป.ป.ช. ปมยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ทำลายความเชื่อถือองค์กร
“ปริญญา” ชำแหละ ป.ป.ช. ปมยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ชี้เหตุผลฟังไม่ขึ้น-หวั่นสร้างบรรทัดฐานใหม่ทำลายความเชื่อมั่นองค์กร
KEY
POINTS
- ดร.ปริญญา วิพากษ์วิจารณ์มติ ป.ป.ช. ที่ยกคำร้องนายศักดิ์สยามในข้อหาปกปิดทรัพย์สิน โดยชี้ว่าขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุชัดว่าเป็นการถือหุ้นแทน
- ชี้ให้เห็นว่าเหตุผลของ ป.ป.ช. ที่อ้างว่านายศักดิ์สยาม "ไม่มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน" นั้นไม่สมเหตุสมผล เพราะการให้ผู้อื่นถือหุ้นแทนคือเจตนาปกปิดในตัว
- มติดังกล่าวได้ทำลายความน่าเชื่อถือของ ป.ป.ช. และสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่อันตรายว่าการให้บุคคลอื่นถือหุ้นแทนไม่ถือเป็นการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกโรงวิพากษ์มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในข้อหาปกปิดบัญชีทรัพย์สิน พร้อมตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผลของข้อชี้แจง 5 หน้า ที่ยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
สืบเนื่องจากกรณีที่ ป.ป.ช. ได้แถลงคำชี้แจงเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ถึงเหตุผลในการยกคำร้องเมื่อเดือนกันยายน 2568 โดยระบุว่า นายศักดิ์สยาม “ไม่มีเจตนาปกปิดทรัพย์สิน” ซึ่ง ดร.ปริญญา ชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่สำคัญ โดยยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2567 เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 ซึ่งระบุชัดเจนว่า นายศักดิ์สยามยังคงไว้ซึ่งความเป็นเจ้าของหุ้นในห้างหุ้นส่วนจำกัดบุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยให้ผู้อื่นถือหุ้นแทน ซึ่งถือเป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 187
“ในเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ชัดแล้วว่าเป็นการถือหุ้นแทน การให้คนอื่นถือหุ้นแทนย่อมแสดงเจตนาปกปิดทรัพย์สินอยู่ในตัว แล้ว ป.ป.ช. จะสรุปได้อย่างไรว่าไม่มีเจตนาปกปิด? เหตุผลที่ ป.ป.ช. นำมาชี้แจงนั้นมีความแปลกประหลาดในทางกฎหมายอย่างยิ่ง” ดร.ปริญญา ระบุ
โดย ดร.ปริญญา ได้แจกแจงข้อสังเกตต่อเหตุผลของ ป.ป.ช. 3 ประการ ดังนี้:
1. ข้ออ้างการโอนหุ้น: ป.ป.ช. เชื่อว่านายศักดิ์สยามเข้าใจว่าได้โอนหุ้นไปโดยชอบและไม่ได้เข้าไปจัดการใดๆ อีก ทั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่านั่นคือการให้ผู้อื่นถือแทน
2. การยุติข้อพิพาททางแพ่ง: กรณีการฟ้องร้องเรียกคืนเงินลงทุน 119.5 ล้านบาท แล้วยอมความโดยการขายที่ดินเพื่อชดเชย ดร.ปริญญามองว่า ไม่ได้ลบล้างข้อเท็จจริงที่ว่านายศักดิ์สยามได้ปกปิดทรัพย์สินไว้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี อีกทั้งมูลค่าที่ดินที่ซื้อขายกันยังต่ำกว่ามูลค่าเงินลงทุนจริงอย่างมีนัยสำคัญ
3. การปรับปรุงบัญชีทรัพย์สิน: การเปิดช่องให้มีการ “ปรับปรุงบัญชีให้เป็นปัจจุบัน” ย้อนหลัง กลายเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้ระบบการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินไร้ความหมาย เพราะบัญชีทรัพย์สินต้องถูกต้องแม่นยำ ณ วันที่ยื่น มิใช่การปรับปรุงภายหลังเพื่อแก้ต่าง
ดร.ปริญญา ยังได้เปรียบเทียบมาตรฐานการทำงานของ ป.ป.ช. กับกรณีของอดีต ส.ส. พรรคก้าวไกล 44 คน ที่ ป.ป.ช. ดำเนินการอย่างเข้มงวดถึงขั้นเสนอให้ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต โดยระบุว่ามติในกรณีนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นในความเที่ยงธรรมของ ป.ป.ช.
“มตินี้สร้างบรรทัดฐานใหม่คือ การให้คนอื่นถือหุ้นแทนไม่ถือว่าปกปิดทรัพย์สิน ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินไปมาก เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีการเข้าชื่อกันเพื่อร้องต่อศาลฎีกาให้ตรวจสอบมติของ ป.ป.ช. ดังกล่าวอย่างแน่นอน และเรื่องนี้คงไม่จบลงง่ายๆ” ดร.ปริญญา กล่าว
แหล่งที่มา : เฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul


