posttoday

สส.ชายแดนใต้ทุกพรรค จี้นายกฯ เร่งคลี่คลายคดียิง “กมลศักดิ์”

09 เมษายน 2569

สส.ชายแดนใต้ทุกพรรค จี้นายกฯ เร่งคลี่คลายคดียิง “กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ” ชี้โยงเจ้าหน้าที่รัฐ สะเทือนความเชื่อมั่น

ที่รัฐสภา สส.ชายแดนใต้ ทุกพรรคการเมือง อาทิ นายซูการ์โน มะทา สส.ยะลา พรรคประชาชาติ , นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาช พรรคประชาชชาติ , นางสาวอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา , นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย สส.จากหลายพรรคการเมือง แถลงข่าวถึงกรณีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และทวงถามความคืบหน้าต่อนายกรัฐมนตรี 

สส.ชายแดนใต้ทุกพรรค จี้นายกฯ เร่งคลี่คลายคดียิง “กมลศักดิ์”

นายซูการ์โน ระบุว่า ในกรณีเหตุลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ซึ่งเราถือว่ากรณีดังกล่าวนี้เป็นคดีที่อุกอาจและสะเทือนขวัญประชาชน หลังจากเกิดเหตุทางตำรวจได้ทำการสืบสวนพบมีผู้ที่เกี่ยวข้องที่กระทบกับความรู้สึกของพวกเรา คือ เราได้ประจักษ์พยานหลักฐานว่ารถที่ใช้เป็นรถของ กอ.รมน. ปืนที่ใช้ก็เป็นปืนที่เบิกจากคลังของหลวง และผู้กระทำความผิดที่ปรากฏส่วนใหญ่ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ฉะนั้นวันนี้ในฐานะที่ตนเป็นเลขาธิการพรรคประชาชาติ ก็จำเป็นที่ต้องมาแถลงเพื่อแสดงจุดยืนให้กับสื่อมวลชนได้ทราบ ว่าพวกเราที่ถูกกระทำครั้งนี้เรามีความเป็นห่วงเป็นใย จากสวัสดิภาพความปลอดภัยและการทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน ซึ่งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราทราบดีว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการที่สุดคือความยุติธรรม  วันนี้ล่วงเลยไปเกือบหนึ่งเดือน เราก็ยังไม่สามารถสาวไปถึงผู้ที่จ้างวานได้ 

ทั้งหมดนี้ ตนมาแถลงในฐานะที่เป็นพรรคประชาชาติ ซึ่ง สส.กมลศักดิ์ ก็เป็น สส.ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งถูกกระทำจากผู้ไม่หวังดี ที่ประสงค์หมายปองถึงชีวิตและทำลายขวัญกำลังใจของท่าน ครอบครัว และผู้ที่ศรัทธา สนับสนุน วันนี้เราก็พยายามทุกวิถีทางที่จะเอาความจริงให้ปรากฏขึ้นให้ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ตนได้พบนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งได้ติดตามเรื่องทั้งหมดและนายกฯ รับปากว่าเรื่องนี้จะไม่ปล่อย โดยจะลงไปดำเนินการ ติดตาม กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อหาผู้บงการ และผู้กระทำผิดที่หลบหนีอยู่ มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ได้

สำหรับความคืบหน้าวันนี้ คดีการลอบยิง สส.กมลศักดิ์ พวกเราในสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้ง ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส วันนี้เราแสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการความคืบหน้า ต้องการให้นายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลและในฐานะที่เป็นผู้อำนวยการ กอ.รมน. ซึ่งกำกับดูแลรถพยานหลักฐานที่ปรากฏ เพื่อให้ไปติดตามดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

ด้าน นายรอมฎอน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนของเราเป็นเรื่องที่สร้างความตระหนกตกใจ สร้างความรู้สึกอึดอัดให้กับประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ สส.กมลศักดิ์ เท่านั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเพื่อน สส.จากพรรคประชาชาติเท่านั้น แต่อย่างที่ทุกคนเห็นวันนี้เรามีเพื่อน สส.ทุกพรรคการเมือง ทั้งมุสลิมและไม่ใช่มุสลิม ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มาเพื่อยืนยันว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ทำงานอาสาผู้แทนประชาชน ไม่อาจยอมรับได้

และเราอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน. รวมถึงผู้บัญชาการทหารบก ต้องให้ความกระจ่าง เร่งรัด ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสมาชิกของเราในที่นี้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่การกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่การกระทำคุกคามต่อสถาบันทางการเมืองที่เป็นเสาหลักสำคัญของระบอบประชาธิปไตยของไทย ตนเรียกร้องถึงนายกรัฐมนตรีแม้ว่าตอนนี้มีความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนการจับกุมไปบ้างบางส่วน

แต่คำถามสำคัญที่ประชาชนต้องการรู้คือ ใครเป็นผู้บงการ และผู้บงการต้องการอะไร ผู้บงการเหล่านั้นได้ประโยชน์อะไร และมีใครพยายามปกปิดไม่ให้เข้าถึงตัวพวกเขาด้วยหรือไม่ เราอยากเห็นความจริงจังของนายกรัฐมนตรี รวมทั้งในเรื่องของการทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยของเพื่อนเราและคนที่ทำงานการเมือง รวมถึงการทบทวนบทบาทของหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วย หลังจากนี้ตนในฐานะพรรคประชาชน เราก็ได้ผลักดันกฎหมายใช้กลไกของสภาทุกอย่างติดตามคดีนี้และแก้ไขปัญหาในภาคใต้ต่อไป

ขณะที่ นางสาวอังคณะ เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นวุฒิสมาชิกตนก็รู้สึกว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และสิ่งที่เห็นคือในขณะที่เกิดเหตุเป็นช่วงสถานการณ์ที่มีการปิดเมือง ประชาชนสัญจรไปมาไม่ได้ แต่รถผู้ก่อเหตุกลับไปไหนมาไหนได้ตามอำเภอใจ ตนคิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจและความหวาดกลัวให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก

ในขณะที่รัฐบาลพูดถึงการสร้างสันติสุข ตนคิดว่าวันนี้เราสูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐกับประชาชน เราคงสร้างสันติภาพไม่ได้หากขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลวันนี้น่าเสียใจที่ไม่มีคำว่า ‘รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะยุติวัฒนธรรมการงดเว้นโทษ’ ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการกระทำที่เกิดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และตนอยากเห็นนายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความรับผิดชอบอย่างจริงจังต่อเรื่องนี้ ไม่ใช่เฉพาะนายกรัฐมนตรี

แต่ประธานรัฐสภาในฐานะที่มีบทบาทอย่างมากในการที่จะกำกับดูแลสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่จะต้องมีความปลอดภัย ในอีกไม่กี่วันวันข้างหน้าจะมีการประชุมสหภาพรัฐสภาโลก ตนคิดว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกหยิบยกเข้าไปพูดคุยในเวที ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นที่สนใจของสมาชิกรัฐสภาทั่วโลกด้วย ดังนั้นประธานสภาเองก็ต้องมีบทบาทว่าจะคุ้มครองอย่างไร

วันนี้ สส. และ สว. คิดว่าหากเราซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนยังสามารถถูกคุกคามถึงชีวิตได้ขนาดนี้ จะนับประสาอะไรกับชาวบ้านธรรมดา และตนก็คิดว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้คงห่างไกลกับการมีสันติภาพ หากยังปล่อยให้หน่วยงานความมั่นคงใช้อำนาจใดก็ได้ ที่จะทำกับคนที่เห็นต่าง แม้กระทั่งเรื่องการยืมรถมาใช้ ซึ่งคิดว่าไม่ควรเกิดขึ้น และการขับรถของเจ้าหน้าที่ไปไหนแล้วรอดพ้นจากการตรวจสอบเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ และไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้

เมื่อถามว่าประเด็นการสอบสวนเรื่องการให้ยืมรถหรือการสั่งย้ายคนที่ให้ยืมรถไป เพียงพอหรือยังกับคดีที่เกิดขึ้น นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังจับกุมผู้กระทำผิดไม่ได้อีกสองคน คือ เรือเอก วิโรจน์ อดีตนาวิกโยธิน และนายธนภัทร อดีตทหารพราน ซึ่งเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการอยู่ ส่วนนาวาเอก มนตรี ถูกคำสั่งย้ายมาปฎิบัติหน้าที่ในกรุงเทพมหานคร และถูกตั้งคณะกรรมการสอบวินัยซึ่งเป็นไปตามกระบวนการของระบบราชการ แต่

ในส่วนของคดีอาญาเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ารถที่อยู่ในความดูแลของ กอ.รมน.นราธิวาส ได้ให้มือสังหารนำไปใช้ พบมีความเกี่ยวข้อง ในทางสืบสวนสอบสวนต้องทำงานให้ลึกกว่านี้ อย่าพึ่งฟังเพียงคำให้การ และทราบมาว่ามีการติดตามลอบทำร้ายตนไม่น้อยกว่า 5-6 ครั้งก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากไม่มีจังหวะ ยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่มี 2 ประเด็น คือ เรื่องของการเมือง และเรื่องของความมั่นใจ 

เมื่อถามว่ากังวลใจหรือไม่ว่าคดีอาจถูกตัดตอน นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า มองว่าคดีจะเร็วจะช้าไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าก่อเหตุกับใคร แต่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน ซึ่งหลังเกิดเหตุ ของตนมีพยานหลักฐานอื่นที่ทำให้สืบได้เร็วจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยในเบื้องต้น คือนายสมพรกับลูก และนำไปสู่การขยายความต่างๆ เพียงแต่ตอนนี้เราเชื่อว่ามีคนสั่งการให้ เรือเอก วิโรจน์ เพราะเจ้าตัวอยู่ที่จังหวัดระยอง ส่วนนี้ต่างหากที่ตนกังวล เพราะเกรงว่าจะไปไม่ถึง แต่ก็เชื่อในฝีมือของพนักงานสืบสวนสอบสวนตำรวจไทย ว่าจะสามารถสืบสวนเรื่องตรงนี้

ส่วนข้อมูลการตั้งค่าหัวว่าจ้างให้ยิง นายกมลศักดิ์ 10 ล้านบาท มีข้อมูลข้อเท็จจริงหรือไม่ นายกใลศักดิ? ระบุว่า ตนไม่ทราบ แต่ในพื้นที่ก็พูดกันอย่างนั้น ส่วนข้อมูลที่เป็นพยานหลักฐานในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรือที่เป็นประจักษ์พยานชัดเจนตนก็ไม่เห็น จึงคิดว่าเป็นข่าวลือที่พูดต่อกันมา แต่คนที่พูดรับฟังมาจากไหนอย่างไรตนก็ไม่ทราบ

เมื่อถามถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรีจากการพูดคุยส่วนตัวหรือการแสดงผ่านสื่อต่อคดีนี้ พอใจแล้วหรือยังหรือมองว่าการแสดงออกของนายกในฐานะ ผอ. กอ.รมน. ยังน้อยอยู่หรือไม่ นายกมลสักดิ์ ระบุว่า นายกรัฐมนตรีก็ให้ความมั่นใจว่าเขาจะติดตาม ให้พนักงานสืบสวนชุดคลี่คลายคดีเรื่องนี้ซึ่งมาจากส่วนกลางทำงานต่อไป ส่วนจะเป็นอย่างไรต้องรอดูผลสำเร็จของงาน ซึ่งตนก็ไม่ได้ให้กรอบระยะเวลาไว้ เพราะเข้าใจว่าการสืบสวนดำเนินคดีคงกำหนดกรอบระยะเวลาไม่ได้

เมื่อถามว่าหากท้ายสุดคดีมีความยืดเยื้อออกไปไม่มีความชัดเจนออกไปเรื่อยๆ พรรคประชาชาติจะยังร่วมรัฐบาลของกับพรรคภูมิใจไทยต่อหรือไม่ นายกมลศักดิ์ เผยว่า เป็นเรื่องในอนาคต ต้องหารือกัน ตอนนี้ยังตอบไม่ได้

เมื่อถามว่าผิดหวังกับนโยบายวันนี้หรือำม่ ที่ไม่มีในเรื่องของสันติภาพชายแดนใต้ นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า จากที่ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ที่พูดถึงประเด็นเกี่ยวกับสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงกรณีที่นายภิสิทธิ์ และนายทวี พูดถึงกรณีการลอบสังหารตนในการอภิปราย ก็ต้องรอดูนายกรัฐมนตรีว่าจะมีคำตอบอย่างไรบ้างในวันนี้

ด้าน นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม ตอบคำถามกรณีการลอบทำร้าย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ และมีการพุ่งเป้าไปที่พรรคการเมืองคู่แข่งในพื้นที่ ว่า ตนเองกับนายกมลศักดิ์ หรือแบแว ที่เคารพรักคุยกันมาโดยตลอดว่าเรื่องการเมืองที่เกี่ยวข้องระหว่างพรรคคงไม่มีทางอย่างแน่นอน เรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สส.พรรคใดก็ตาม โดยเฉพาะ สส.จากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ พวกเราทุกคนเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน กลับมาเจอเรื่องแบบนี้ ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้น ขณะที่เรื่องความยุติธรรมในระดับ สส.หรือคนที่อาสามาทำงานแบบนี้ไม่ได้รับความยุติธรรม ก็อย่าหวังว่าประชาชนจะได้รับความยุติธรรมเช่นกัน

ส่วนที่มีการแชร์ภาพในโซเชียลมิเดียว่า นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สส.นราธิวาส พรรคกล้าธรรม รู้จักกับ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ  หัวหน้ากองบริหาร กอ.รมน.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้ให้ยืมรถนั้น นายสัมพันธ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องสาธารณะการที่เราจะรู้จักก็เป็นเรื่องปกติ ขอให้มาโฟกัสที่เรื่องของคดีดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการแถลงข่าวนายสัมพันธ์ ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ภาพดังกล่าวตนเองไปร่วมงานแต่งงานเมื่อ 2-3 ปีก่อน ซึ่งมีประชาชนมาขอถ่ายรูป พร้อมยืนยันว่าไม่รู้จักกับ น.อ.มนตรี

ข่าวล่าสุด

เปิดคำร้องป.ป.ช.ชี้เจตนาอดีต44สส.ก้าวไกลแก้112มุ่งร้ายล้มล้างการปกครอง