posttoday

“หมอตุลย์” ร้องรัฐสอบกักตุนน้ำมัน ชี้ปั๊มได้โควตาลดฮวบ จนเริ่มขาดแคลน

31 มีนาคม 2569

หมอตุลย์ ยื่นตรวจทั้งห่วงโซ่ ตั้งข้อสังเกตอาจมีการกักตุนรอขึ้นราคา ซัดคำชี้แจงนายกฯไม่น่าเชื่อถือ หลังโยนเหตุปชช.แห่เติมน้ำมัน

KEY

POINTS

  • ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้ตรวจสอบปัญหาการกักตุนน้ำมัน หลังเกิดภาวะขาดแคลนในหลายพื้นที่
  • ชี้ว่าสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันลดลงอย่างมาก จากเดิมวันละ 10,000-12,000 ลิตร เหลือเพียง 3,000-4,000 ลิตร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหา
  • เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งตรวจสอบระบบน้ำมันทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่โรงกลั่นจนถึงสถานีบริการ และเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล  ทำเนียบรัฐบาล ผศ.นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ สมาชิกแพทยสภา เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบปัญหาการกักตุนน้ำมัน หลังพบว่าหลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาน้ำมันขาดแคลนในสถานีบริการ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการกักตุนเพื่อรอขึ้นราคา โดยการเดินทางมายื่นข้อเสนอในครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาจะขับไล่รัฐบาล แต่ต้องการนำเสนอมาตรการเพื่อให้รัฐบาลและคณะรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำหน้าที่แก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน


ผศ.นพ.ตุลย์ เล่าย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา หลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีการกักตุนน้ำมัน และการขาดแคลนน้ำมันเกิดจากประชาชนกังวลและแห่ไปเติมน้ำมัน จนทำให้สถานีบริการน้ำมันบางแห่งหมด ซึ่งเหตุผลนี้ทำให้ไม่สามารถไว้วางใจคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรี ได้ และเชื่อว่านายกรัฐมนตรี ควรนำข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. ที่มีการอภิปรายไว้เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงข้อเสนอที่จะนำเสนอเพิ่มเติมในวันนี้ ไปพิจารณาเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้สถานีบริการน้ำมันหลายแห่งได้รับโควตาน้ำมันเฉลี่ยประมาณ 10,000–12,000 ลิตรต่อวัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงประมาณ 3,000–4,000 ลิตรต่อวันเท่านั้น ส่งผลให้หลายปั๊มต้องขึ้นป้ายแจ้งว่าน้ำมันหมด และประชาชนไม่สามารถเติมน้ำมันได้ตามปกติ จึงมองว่านี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันขาดแคลนในหลายพื้นที่ และอาจเกี่ยวข้องกับการกักตุนสินค้า

ผศ.นพ.ตุลย์ ระบุต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดความตึงเครียดและความขัดแย้งระหว่างประเทศ จนทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ก็เริ่มมีสัญญาณผิดปกติในระบบการกระจายน้ำมัน โดยข้อมูลการกระจายสินค้าเหล่านี้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เพราะมีบันทึกข้อมูลในระบบดิจิทัล    

 

จากสถานการณ์ดังกล่าว จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีสั่งการตรวจสอบระบบน้ำมันทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ระดับโรงกลั่น การกระจาย ไปจนถึงสถานีบริการน้ำมันทุกแห่ง พร้อมเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

พร้อมเสนอว่า ภายหลังการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ รัฐบาลควรมีมาตรการที่ชัดเจนและจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดภาพการขาดแคลนน้ำมันในลักษณะนี้อีก เนื่องจากข้อมูลในระบบระบุว่า โรงกลั่นยังสามารถผลิตน้ำมันได้เต็มกำลัง จึงไม่ควรเกิดปัญหาขาดแคลนในระดับสถานีบริการ

ทั้งนี้ ย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้อยู่ที่กำลังการผลิต แต่เป็นปัญหาในกระบวนการ “กระจายและจำหน่าย” น้ำมันในระดับปลายทาง ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

เอกนิติ เตือนวิกฤตพลังงานหนักกว่าโควิด ชู 3 ยุทธศาสตร์ ทรานส์ฟอร์มไทยด้วย AI