ทนายอั๋นผนึกเต้จี้อนุทินลาออกเปิด7ปมฉาวจริยธรรมบริหารน้ำมันล้มเหลว
"ทนายอั๋น"จับมือ"เต้ มงคลกิตติ์" บุกทำเนียบยื่นหนังสือจี้อนุทินลาออกจากนายกฯเหตุขาดจริยธรรมและบริหารน้ำมันล้มเหลวรวม7ประเด็นฉาวพร้อมนัดยกระดับไล่
KEY
POINTS
- ทนายอั๋นและนายมงคลกิตติ์ยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล จี้นายอนุทินลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากขาดคุณสมบัติด้านจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ
- มีการเปิดเผย 7 ประเด็นความล้มเหลว ทั้งเรื่องที่ดินเขากระโดง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการไม่โปร่งใส ผลประโยชน์ทับซ้อน และการบริหารวิกฤตพลังงาน
- ฝ่ายผู้ร้องเรียกหาความรับผิดชอบกรณีราคาน้ำมันพุ่งสูง พร้อมประกาศยกระดับการเคลื่อนไหวขับไล่ทั่วประเทศหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน
ทนายอั๋นควงเต้บุกทำเนียบยื่นหนังสือจี้อนุทินลาออก
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ พร้อมด้วย นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีต สส.พรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางมายังสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุเหตุผลสำคัญด้านการขาดคุณสมบัติและมาตรฐานทางจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เนื่องจากพบพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงขัดต่อกฎหมายและจริยธรรมอย่างร้ายแรงในการบริหารราชการแผ่นดิน
แฉ7ประเด็นฉาวทั้งปมจริยธรรมที่ดินและวิกฤตพลังงาน
นายภัทรพงศ์ระบุว่าพฤติการณ์ที่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมี 7 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. มาตรฐานจริยธรรมจากการแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่เหมาะสมและใช้ทรัพยากรรัฐเพื่อเครือญาติในพื้นที่นครราชสีมา 2. ผลประโยชน์ทับซ้อนงบ MotoGP และการตั้งอดีตบริหารพลังงานเป็นรัฐมนตรี 3. ปัญหาที่ดินเขากระโดงขัดหลักนิติธรรม 4. การโยกย้ายข้าราชการมหาดไทยที่ไม่โปร่งใสส่งผลต่อการเลือกตั้ง 5. ข้อกล่าวหาเรื่องเอี่ยวการเลือก สว. ไม่ถูกกฎหมาย 6. ความไม่ชัดเจนในการบริหารน้ำมันสำรองที่กระทบสิทธิประชาชน และ 7. ความล้มเหลวสะสมในการบริหารจัดการตั้งแต่ช่วงวิกฤตโควิดจนถึงวิกฤตพลังงาน
เต้ขู่ยกระดับขับไล่ภายใน15วันหากไร้การแก้ไขปัญหา
ด้านนายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมตั้งคำถามถึงสามัญสำนึกและมาตรฐานการทำงานที่ต่ำกว่าเกณฑ์ของผู้นำรัฐบาล ทั้งนี้ได้เรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงจุดยืนร่วมกับประชาชน โดยระบุทิ้งท้ายว่าหากภายในเวลา 7 ถึง 15 วัน สถานการณ์ความเดือดร้อนยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือไม่มีความคืบหน้าตามข้อเรียกร้อง จะมีการยกระดับมาตรการขับไล่ตามวิถีทางประชาธิปไตยอย่างสันติทั่วประเทศต่อไป


