posttoday

จับตาภูมิใจไทยดัน"ปกรณ์ นิลประพันธ์"นั่งรองนายกฯกฎหมายรัฐบาลอนุทิน2 

23 มีนาคม 2569

พรรคภูมิใจไทยส่งชื่อปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการกฤษฎีกาเข้าตรวจสอบคุณสมบัตินั่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายในรัฐบาลอนุทิน 2 แทนที่บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เมื่อ 23 มี.ค. 69

KEY

POINTS

  • การปรับทัพกฎหมาย: พรรคภูมิใจไทยเลือกนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เข้าดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายแทนที่นายบวรศักดิ์ เพื่อใช้ความเชี่ยวชาญจากกฤษฎีกามาสนับสนุนงานบริหาร
  • โปรไฟล์เนติบริกร: นายปกรณ์เป็นศิษย์สายตรงของมีชัยและวิษณุ มีประสบการณ์สูงด้านกฎหมายมหาชน ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรัฐบาล
  • จุดยืนความถูกต้อง: ประวัติการทำงานที่ผ่านมาสะท้อนภาพลักษณ์นักกฎหมายที่ยึดถือข้อเท็จจริงเป็นหลัก แม้ต้องเผชิญแรงกดดันทางการเมือง ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี

จับตา "ปกรณ์ นิลประพันธ์" ผงาดนั่งรองนายกฯ กฎหมายรัฐบาลอนุทิน 2

ความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เกิดความชัดเจนในโควตารัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เมื่อแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้ส่งเอกสารประวัติของ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้แก่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย โดยข้อมูลระบุว่าในสัดส่วนของพรรคไม่มีชื่อของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ปรากฏอยู่ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้า

นายปกรณ์ถือเป็นนักกฎหมายมหาชนที่มีบทบาทสูงในฐานะ "ศิษย์สายตรง" ของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ และนายวิษณุ เครืองาม สองเนติบริกรชั้นครูผู้มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญและวางรากฐานกฎหมายให้หลายรัฐบาล การขยับจากตำแหน่งข้าราชการประจำสู่ตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นความพยายามของพรรคภูมิใจไทยในการดึงมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านระเบียบราชการและยุทธศาสตร์ชาติเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับครม. ชุดใหม่

"ผมไม่ใช่ตำรวจจราจรที่จะไปให้ไฟเขียวใคร ทุกรัฐบาลต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูล ข้อเท็จจริง และกฎหมายที่ถูกต้อง" นายปกรณ์เคยกล่าวไว้เมื่อครั้งให้ความเห็นข้อกฎหมายปมเงินกู้ดิจิทัลวอลเล็ต

เส้นทางเนติบริกรจากกฤษฎีกาสู่ทำเนียบรัฐบาล

เส้นทางชีวิตของนายปกรณ์นั้นโชกโชนด้วยประสบการณ์ในแวดวงกฎหมายรัฐ เริ่มจากการศึกษาด้านนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ เคยผ่านตำแหน่งสำคัญ อาทิ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายต่างประเทศ กรรมการร่างกฎหมายประจำ และรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในสำนักงาน ป.ย.ป. ซึ่งดูแลเรื่องการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติโดยตรง

ปัจจุบันนายปกรณ์ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกามาตั้งแต่ปี 2563 ในสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้จะเคยเผชิญแรงเสียดทานทางการเมืองในสมัยรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน จากกรณีการให้ความเห็นเรื่องเงื่อนไขการกู้เงิน 5 แสนล้านบาท แต่ด้วยความสามารถที่ครอบคลุมไปถึงกฎหมายสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรมเคมี ทำให้เขายังคงเป็นตัวเลือกที่พรรคร่วมรัฐบาลไว้วางใจให้เข้ามาดูแลภาพรวมกฎหมายของประเทศ

ความท้าทายและนัยทางการเมืองในการเปลี่ยนตัวขุนพลกฎหมาย

การเสนอชื่อนายปกรณ์แทนที่นายบวรศักดิ์ สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นความสดใหม่และความต่อเนื่องในการบริหารงานกฎหมายเชิงรุก มุมมองหนึ่งเห็นว่านี่คือการเลือกผู้ที่เข้าใจกลไกราชการอย่างลึกซึ้ง ซึ่งจะช่วยให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 เป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงทางข้อกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นจากการตรวจสอบของฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม อีกมุมมองหนึ่งตั้งข้อสังเกตถึงการรักษาความเป็นกลางในฐานะนักกฎหมาย เมื่อต้องเปลี่ยนบทบาทมาเป็นนักการเมืองเต็มตัว ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลต้องเผชิญกับโจทย์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจและกฎหมายที่มีความซับซ้อน การขมวดประเด็นสำคัญในครั้งนี้จึงอยู่ที่ว่า นายปกรณ์จะสามารถประยุกต์ใช้หลักนิติธรรมควบคู่ไปกับการผลักดันนโยบายทางการเมืองได้มีประสิทธิภาพเพียงใด ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดเสถียรภาพของรัฐบาลในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

“หม้อหุงข้าวร้อยล้าน” เบื้องหลังผลิตข้าวสวยในร้านสะดวกซื้อ