'อภิสิทธิ์' เสนอ 2 ทางออกแก้วิกฤตน้ำมัน จี้ รัฐงดภาษี-ดึงโรงกลั่นสมทบช่วยประชาชน
'อภิสิทธิ์' แนะรัฐบาลลดภาษีสรรพสามิต - ดึงกำไรโรงกลั่น 3 บาทต่อลิตรเข้ากองทุนน้ำมัน หวังแบ่งเบาภาระประชาชน พยุงสถานการณ์ให้พ้นช่วงสงกรานต์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาราคาน้ำมันแพงและภาวะขาดแคลนจากผลกระทบสงครามในตะวันออกกลาง โดยระบุว่ารัฐบาลควรมีมาตรการที่ชัดเจนเพื่อลดความตระหนกของประชาชนและภาคอุตสาหกรรม พร้อมเสนอ 2 มาตรการเร่งด่วนเพื่อกระจายภาระไม่ให้ตกอยู่ที่ประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
2 มาตรการเร่งด่วนกู้วิกฤตพลังงาน
1.ภาครัฐ
เสนอให้งดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 6 บาทต่อลิตร) เพื่อลดต้นทุนโดยตรง แทนการพึ่งพาเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว
2.ภาคเอกชน
ขอความร่วมมือจากโรงกลั่นน้ำมันให้ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนน้ำมันลิตรละ 3 บาท เนื่องจากค่าการกลั่นดีดตัวสูงขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท ซึ่งในต่างประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร อิตาลี และสเปน ก็มีการใช้มาตรการภาษีลาภลอย (Windfall Tax) ในลักษณะนี้เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต
ติงรัฐบาลสื่อสารพลาดทำตลาดปั่นป่วน
นายอภิสิทธิ์ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากการที่รัฐบาลประกาศกรอบเวลาการตรึงราคาที่ไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชนเร่งเติมน้ำมันเพื่อกักตุนก่อนราคาขึ้น ขณะที่ฝั่งธุรกิจชะลอการขายเพื่อรอเก็งกำไร นอกจากนี้ การตรึงราคาหน้าปั๊มที่ต่ำกว่าภาคอุตสาหกรรม ยังส่งผลให้ภาคธุรกิจมาแย่งซื้อน้ำมันจากหัวจ่ายของประชาชนจนเกิดความโกลาหล
"การบริหารจัดการต้องไม่ส่งสัญญาณที่สร้างความวุ่นวายในตลาด รัฐบาลควรฉายภาพโครงสร้างราคาให้ชัดเจน และให้ทั้ง 3 ฝ่าย คือ รัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมกันแบ่งเบาภาระ เพื่อให้กองทุนน้ำมันมีสภาพคล่องเพียงพอจนถึงช่วงหลังสงกรานต์"
ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เตรียมใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรในการนำเสนอประเด็นดังกล่าวต่อรัฐบาล พร้อมย้ำให้เร่งเตรียมแผนรับมือราคาเม็ดพลาสติกและปุ๋ยที่จะกระทบต่อเกษตรกรในลำดับถัดไป


