14มี.ค.69รัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาก่อนเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก
รัฐสภาเตรียมจัดรัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสามัญ 14 มี.ค. 2569 ณ อาคารรัฐสภา ก่อนนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อปฏิญาณตนและเลือกประธานสภาฯ ในวันถัดไปตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- รัฐพิธีสำคัญ: วันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ณ อาคารรัฐสภา เพื่อเริ่มสมัยประชุมสามัญครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไป
- การเลือกประมุขสภา: วันที่ 15 มีนาคม 2569 สส. จะปฏิญาณตนและลงคะแนนลับเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นขั้นตอนก่อนการเลือกนายกรัฐมนตรี
- อำนาจหน้าที่: ประธานสภาฯ ควบตำแหน่งประธานรัฐสภาและมีหน้าที่เสนอชื่อนายกรัฐมนตรี โดยต้องเป็นกลางทางการเมืองและพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
เส้นทางสู่รัฐพิธีเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งแรก
ก้าวย่างสำคัญทางการเมืองไทยเริ่มต้นขึ้นเมื่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันความพร้อมในการจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภาในวันที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ณ ห้องโถงพิธี ชั้น 11 อาคารรัฐสภา ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้พระมหากษัตริย์เสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำพิธีด้วยพระองค์เอง หรือโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์มาทำพิธี ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของกลไกนิติบัญญัติชุดใหม่
เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นตามพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พ.ศ. 2569 ภายในกรอบเวลา 15 วันนับแต่ประกาศผลการเลือกตั้ง โดยจะมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกวุฒิสภา (สว.) คณะรัฐมนตรี ทูตานุทูต และประธานองค์กรอิสระ เพื่อเป็นสักขีพยานในการเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ท่ามกลางการจับตามองของประชาชนถึงทิศทางการเมืองหลังจากนี้
ภารกิจแรกของ สส. กับการปฏิญาณตนและเลือกประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ
ภายหลังเสร็จสิ้นรัฐพิธี ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. สภาผู้แทนราษฎรมีวาระสำคัญในการประชุมนัดแรก โดยเริ่มจากการที่ สส. ทั้งหมดต้องกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อการควบคุมทิศทางการออกกฎหมาย
"สภาจะพิจารณาและมีมติว่าจะมีรองประธานสภาจำนวนกี่คน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีได้หนึ่งหรือสองคน โดยการลงคะแนนเลือกบุคคลดำรงตำแหน่งจะกระทำเป็นการลับ" แหล่งข่าวจากสำนักงานเลขาธิการสภาฯ ระบุถึงระเบียบปฏิบัติ โดยขั้นตอนหลังจากได้มติแล้ว จะต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ก่อนที่ประธานสภาฯ คนใหม่จะสามารถกำหนดวันนัดประชุมเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในลำดับถัดไปได้
บทบาทและอำนาจหน้าที่: ความแตกต่างระหว่างประธานและรองประธาน
ตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ควบคุมการประชุมเท่านั้น แต่ยังดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง และเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน ขณะที่รองประธานสภาฯ จะทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายหรือปฏิบัติหน้าที่แทนในกรณีที่ประธานไม่สามารถปฏิบัติงานได้ โดยทั้งสองตำแหน่งมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องวางตนเป็นกลางและห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคการเมืองในขณะนั้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีอำนาจหน้าที่ต่างกัน แต่ทั้งประธานและรองประธานจะมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมได้ก็ต่อเมื่อมีคะแนนเสียงเท่ากัน เพื่อเป็นเสียงชี้ขาดเท่านั้น ทั้งนี้ ตำแหน่งดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่ออายุสภาสิ้นสุด มีการยุบสภา หรือพ้นจากสมาชิกภาพตามเงื่อนไขทางกฎหมาย ซึ่งการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ในวันที่ 15 มีนาคม จึงเป็นดัชนีชี้วัดความเป็นปึกแผ่นของขั้วการเมืองที่จะเข้ามารับผิดชอบการบริหารประเทศ
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง


