กกต.แจงประกาศผลประชามติเป็นไปตามกฎหมาย ชี้เกณฑ์ปี 69 ต่างจากปี 59
กกต.ยืนยันประกาศผลประชามติ 8 ก.พ. 69 เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประชามติ 2564 ชี้หลักเกณฑ์ต่างจากปี 2559 เหตุบัตรมี 3 ตัวเลือก รวมช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” ทำให้รูปแบบรายงานผลแตกต่าง
KEY
POINTS
- กกต. ชี้แจงว่าการประกาศผลประชามติปี 2569 เป็นไปตาม พ.ร.บ. การออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 ซึ่งมีหลักเกณฑ์แตกต่างจากประชามติปี 2559
- ความแตกต่างที่สำคัญคือบัตรออกเสียงปี 2569 มี 3 ตัวเลือก คือ เห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ และ "ไม่แสดงความคิดเห็น" ซึ่งต่างจากปี 2559
- กกต. มีหน้าที่ประกาศผลคะแนนของทุกทางเลือกตามที่ปรากฏจากการนับคะแนน ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงกรณีที่มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศผลการออกเสียงประชามติ ประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้
1. การประกาศผลประชามติครั้งนี้ ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งมีหลักเกณฑ์และรูปแบบการออกเสียงแตกต่างจากการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559
2. การออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำหนดให้บัตรออกเสียงมีทางเลือก 3 ช่อง ได้แก่ เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ และไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งแตกต่างจากการออกเสียงประชามติ เมื่อปี 2559 ที่ไม่ได้กำหนดช่อง “ไม่แสดงความคิดเห็น” จึงทำให้การรายงานผลคะแนนครั้งนี้ มีรายการ “ไม่แสดงความคิดเห็น” รวมทั้งบัตรเสียประกอบด้วย
3. การประกาศผลการออกเสียงประชามติของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นการประกาศจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง ผู้มาใช้สิทธิ และผลคะแนนของแต่ละทางเลือก ตามที่ปรากฏจากการนับคะแนน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ประกาศผลการออกเสียงในราชกิจจานุเบกษา และรายงานผลให้นายกรัฐมนตรีและประธานรัฐสภาทราบ ตามมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอยืนยันว่า การดำเนินการประกาศผลประชามติเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย และได้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส


