'ทนายอั๋น' แฉพิรุธคดีฮั้วสว.มั่นใจ 'ภูมิใจไทย' รอด หลังบิ๊กขรก. ไหว้ 'อนุทิน'
"ทนายอั๋น" บุกสภาฯ แฉขบวนการฟอกขาวคดีฮั้วเลือก สว. ห่วงดีเอสไอตัดตอนสำนวนเอื้อ "ภูมิใจไทย" ชี้พิรุธ "อธิบดี" ชุดวินิจฉัยฯ โผล่ไหว้ต้อนรับ "อนุทิน" ถึงถิ่นบุรีรัมย์
4 มี.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ "ทนายอั๋น บุรีรัมย์" แถลงความคืบหน้าคดีทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยระบุว่าแม้คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนที่ 26 ของ กกต. จะมีมติสั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องกว่า 200 คน ซึ่งรวมถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แต่ขณะนี้มีความพยายามจากคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ชุดใหม่ที่อาจมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องเพื่อตัดจบคดีดังกล่าว ท่ามกลางข้อสงสัยเรื่องการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
นายภัทรพงศ์ เปิดเผยหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับ "อำนาจเจริญโมเดล" โดยระบุว่ามีตัวละครอักษรย่อ "ญ." ซึ่งเป็นมือขวาของเจ๊ใหญ่เมืองอำนาจเจริญ โอนเงินจำนวนมากไปให้ดีต สส.สุราษฎร์ธานี เพื่อกระจายต่อในเครือข่ายฮั้วเลือก สว. ซึ่งเส้นทางการเงินนี้มีความเชื่อมโยงชัดเจนไปถึงกลุ่มการเมืองในพื้นที่บุรีรัมย์ อ่างทอง และอุทัยธานี แต่กลับพบว่าการทำสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในคดีอั้งยี่-ซ่องโจร มุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ปฏิบัติงานในภาคใต้เพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการขยายผลถึงตัวการใหญ่ในระดับกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย
แฉภาพหลุดบิ๊ก ขรก. ไหว้ต้อนรับ "อนุทิน" ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน
ประเด็นที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือการที่ นายภัทรพงศ์ ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ โดยระบุว่ามีอธิบดีกรมหนึ่งซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการชุดพิจารณาสั่งฟ้องคดีนายอนุทิน ได้เดินทางไปให้การต้อนรับและยกมือไหว้ทักทายนายอนุทินอย่างนอบน้อมที่สนามบินสตึก จ.บุรีรัมย์ ระหว่างการเปิดงานโมโตจีพี 2026 ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องทำหน้าที่ตัดสินชี้ขาดคดีความที่เป็นกลาง
นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวสะพัดว่าอธิบดีรายดังกล่าวถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่งอธิบดี DSI คนต่อไป แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ที่มีข่าวว่าจะถูกโยกย้ายเข้ากรุ ทนายอั๋นจึงมองว่านี่คือสัญญาณของการ "ต่างตอบแทน" เพื่อทำให้คดีฮั้ว สว. จบลงด้วยการสั่งไม่ฟ้องในที่สุด พร้อมเรียกร้องให้อธิบดี DSI คนปัจจุบัน กล้าหาญในการออกหมายเรียกและหมายจับขบวนการอำนาจเจริญโมเดลก่อนที่จะหมดวาระ เพื่อรักษาเกียรติของหน่วยงาน
จี้อัยการตีกลับสำนวน "ชุ่ย" หวั่นกระบวนการยุติธรรมล้มเหลว
นายภัทรพงศ์ ยังกล่าวถึงกรณีอัยการตีกลับสำนวนคดีอั้งยี่ของ DSI โดยระบุว่าเป็น "สำนวนชุ่ย" เนื่องจากไม่มีความรัดกุมในการโยงใยไปถึงผู้บงการระดับสูง ตนจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดเมื่อเส้นเงินมาจากอำนาจเจริญ แต่พื้นที่ดังกล่าวกลับไม่โดนดำเนินคดี ความผิดปกติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า กกต. และ DSI กำลังประสานเสียงกันเพื่อยืนยันว่าไม่มีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยเกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการยุบพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล
"ผมอยากเห็นการพลีชีพเพื่อความถูกต้อง เหมือนอดีตผู้ว่าการรถไฟฯ ที่กล้าลงนามแต่งตั้งทนายสู้คดีเขากระโดงก่อนพ้นตำแหน่ง หากอธิบดี DSI กล้าทำสำนวนอย่างตรงไปตรงมา ออกหมายจับตัวการใหญ่ในอำนาจเจริญโมเดล สังคมไทยจะยังมีหวังในกระบวนการยุติธรรม แต่หากภาพการยกมือไหว้ที่บุรีรัมย์คือใบเบิกทางสู่อำนาจ คดีนี้ก็คงถูกทำให้หายไปในกลีบเมฆ" ทนายอั๋น กล่าว


