ดีอีเตือนข่าวปลอม กกต.เผาบัตรเลือกตั้งย้ำทำตามระเบียบโปร่งใสตรวจสอบได้
ดีอีประสาน กกต. แจงด่วนข่าวปลอมว่อนเน็ตปมเผาทำลายบัตรเลือกตั้งที่เหลือโดยไม่ตรวจจำนวน ยันดำเนินการตามกฎหมายเคร่งครัด เก็บไว้อย่างน้อย 2 ปี ชี้ทำลายได้เมื่อคดีสิ้นสุด
KEY
POINTS
- ข่าวเผาบัตรเลือกตั้งเป็นเท็จ: กกต. ยืนยันไม่มีการเผาบัตรโดยไม่ตรวจสอบ บัตรทุกใบต้องเก็บรักษาอย่างน้อย 2 ปีตามระเบียบกฎหมาย
- เกณฑ์การทำลายบัตร: จะทำลายบัตรเลือกตั้งได้ต่อเมื่อประกาศผลเป็นทางการและคดีความร้องคัดค้านทั้งหมดสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น
- ช่องทางแจ้งเบาะแส: ประชาชนที่พบข่าวสงสัยแจ้งได้ที่สายด่วน 1111 ต่อ 87 หรือเว็บไซต์ antifakenewscenter.com เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 พบข้อความที่ต้องตรวจสอบกว่า 2,760 ข้อความ โดยข่าวที่สร้างความสับสนให้ประชาชนมากที่สุดอันดับ 1 คือ กรณีการแชร์ข้อมูลว่า “กกต. เผาบัตรเลือกตั้งที่เหลือ โดยที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบจำนวนที่ถูกต้อง” ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พบว่าเป็น “ข่าวปลอม”
ทางกระทรวงดีอีระบุว่า กระบวนการจัดการบัตรเลือกตั้งทุกขั้นตอนมีระเบียบกำหนดไว้ชัดเจนและเคร่งครัด ไม่มีการทำลายบัตรโดยพลการ โดยตามกฎหมายระบุว่า บัตรเลือกตั้งและเอกสารที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี นับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง และจะดำเนินการทำลายได้ก็ต่อเมื่อผลการเลือกตั้งเป็นทางการ ไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน หรือกระบวนการทางคดีความในศาลสิ้นสุดลงแล้วเท่านั้น เพื่อรักษาความโปร่งใสและเป็นหลักฐานสำคัญในการตรวจสอบ
นอกจากนี้ ศูนย์ AFNC ยังตรวจพบข่าวปลอมที่ระบาดหนักในสัปดาห์นี้อีกหลายประเด็น อาทิ การแอบอ้างชื่อกระทรวงดีอีเปิดบริการผ่านไลน์, ข่าว ธ.ก.ส. ยกเลิกจ่ายเงินฌาปนกิจ, และข่าวบิดเบือนเรื่องชาวกัมพูชาทะลักเข้าไทย 4.2 แสนคน ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลเท็จที่มุ่งสร้างความตื่นตระหนกและเปิดช่องให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสหลอกลวงประชาชน
กระทรวงดีอีจึงขอความร่วมมือประชาชนให้ "เลือกเชื่อ เลือกแชร์" เฉพาะข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการเท่านั้น หากพบเบาะแสข่าวปลอมหรือลิงก์ต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1111 ต่อ 87 หรือผ่านช่องทางออนไลน์ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง


