‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ Smart IE มาตรฐานโลก ปักหมุดฮับ DATA CENTER-SEMICONDUCTOR
สัมภาษณ์พิเศษ : ทำไม MNC จากเยอรมันและไต้หวันถึงเลือก ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ เจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่เน้น Sustainability ตามมาตรฐาน LEED และการใช้ Solar Rooftop รองรับกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทคและ Data Center ที่ต้องการความใกล้เมืองและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน
KEY
POINTS
- สัมภาษณ์พิเศษ : ทำไม MNC จากเยอรมันและไต้หวันถึงเลือก ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’
- เจาะลึกเบื้องหลังความสำเร็จของนิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะที่เน้น Sustainability ตามมาตรฐาน LEED
- การใช้ Solar Rooftop รองรับกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค - Data Center ที่ต้องการความใกล้เมืองและความพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อ "นิคมอุตสาหกรรม" กลายเป็น "บ้าน" ของนวัตกรรมระดับโลก
ลองจินตนาการถึงการขับรถออกจากใจกลางกรุงเทพฯ (CBD) มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเพียง 45 นาที ทันทีที่ผ่านหลักกิโลเมตรที่ 32 บนถนนบางนา-ตราด คุณจะพบกับอาณาจักรกว่า 4,600 ไร่ ที่ไม่ได้มีเพียงโรงงานตั้งเรียงราย
แต่คือ "เมืองอุตสาหกรรมอัจฉริยะ" (Industrial Township) ภายใต้ชื่อโครงการ ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ (ARAYA - The Eastern Gateway หรือ ARAYA) เมืองศูนย์กลางอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของประเทศไทย
จุดเริ่มต้นของ "สามยักษ์ใหญ่" เพื่อเป้าหมายระดับโลก
"บริษัท อารยะ แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด" เป็นบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาโครงการ ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ (ARAYA - The Eastern Gateway)
"กมลกาญจน์ คงคาทอง" กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บอกเล่าใน "รายการ The Play Maker"ว่า โครงการนี้ไม่ใช่แค่การพัฒนาที่ดินทั่วไป
แต่เป็น "โปรเจกต์ยักษ์หลายหมื่นล้านบาท" ที่เกิดจากการจับมือกันของ 3 ผู้นำอสังหาริมทรัพย์อุตสาหกรรมของไทย ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT,
บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) หรือที่รู้จักในชื่อ "นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ" และ บริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด
โดยมี "เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้" เป็นหัวเรือใหญ่ในการนำประสบการณ์ระดับโลกมาดีไซน์ Master Plan ให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าที่ทำงาน แต่เป็น Ecosystem หรือระบบนิเวศทางธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ
กลยุทธ์ Queen Bee และการสร้างอาณาจักรผึ้ง
หัวใจสำคัญของอารยะคือการดึงดูด "Queen Bee" หรือบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ (MNC) เข้ามาปักหมุด
เมื่อ "นางพญาผึ้ง" เหล่านี้ย้ายฐานมา สิ่งที่ตามมาคือเหล่าซัพพลายเออร์และคู่ค้าที่เป็นเสมือนบริวารผึ้งที่จะเข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศในพื้นที่เดียวกัน ทำให้การดำเนินธุรกิจลื่นไหลและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ความโดดเด่นของ ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ คือการลบภาพจำนิคมฯ ที่แห้งแล้ง ด้วยแนวคิด Work - Live - Play
- Work พื้นที่อุตสาหกรรม New S-Curve อย่าง Semiconductor และ Data Center ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 5G จาก AIS
- Live หมู่บ้านจัดสรรและ Service Residence สำหรับพนักงานและผู้บริหาร
- Play พื้นที่รีเทลและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อให้ทุกคน "ใช้ชีวิต" ได้อย่างมีความสุขในที่เดียว
สมาร์ทและยั่งยืน มาตรฐานใหม่มัดใจ MNC
ทำไมลูกค้าจากเยอรมนี จีน ไต้หวัน และมาเลเซีย ถึงตัดสินใจจองพื้นที่ในเฟสแรกไปแล้วเกือบ 600 ไร่?
คำตอบ คือ ความเป็น Smart IE (นิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะ) ที่เน้นความยั่งยืน (Sustainability) ตั้งแต่การออกแบบตามมาตรฐาน LEED ไปจนถึงการติดตั้ง Solar Rooftop
ซึ่งเป็น "Checklist" สำคัญที่บริษัทชั้นนำระดับโลกใช้เลือกบ้านหลังใหม่
10 ปีสู่มิติใหม่ของประเทศไทย
ก้าวย่างของ ‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ ใน 8-10 ปีต่อจากนี้ ไม่ใช่แค่การขายที่ดินให้จบไป แต่คือการดูแลลูกค้าด้วย "ความจริงใจ" (Sincerity)
คุณกมลการ เน้นย้ำว่าการมองภาพระยะยาวและการดูแลลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงการทำ Operation คือสิ่งที่ทำให้อารยะแตกต่าง
‘อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์’ จึงเปรียบเสมือน "จิ๊กซอว์" ชิ้นสำคัญที่จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่มิติใหม่ และเป็นเมืองแห่งโอกาสที่พร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมระดับโลกอย่างแท้จริง.


