7กกต.9ผู้บริหาร จัดเลือกตั้ง69 ลุ้นศาลนัดฟังคำสั่ง คดีปชน.ฟ้องอาญา24มี.ค.
หมอวาโยนำทีมพรรคประชาชนยื่นฟ้อง 7 กกต. พร้อมผู้บริหารรวม 9 ราย ผิด ม.157 ปมบัตรเลือกตั้งสืบหาตัวตนผู้ลงคะแนนได้ ทำลายหลักการลงคะแนนลับ ศาลนัด 24 มี.ค. นี้
KEY
POINTS
- ฟ้องอาญา ม.157: พรรคประชาชนยื่นฟ้อง 7 กกต. และผู้บริหารรวม 9 ราย ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ จากกรณีบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับ
- ชี้พิรุธเขตคันนายาว: พบหลักฐานบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มีรหัสต้นขั้วในการลงคะแนนใหม่เมื่อ 22 ก.พ. ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการฉีกบัตรเกินจำนวนและกระทบต่อความสุจริตเที่ยงธรรม
- มุ่งเอาผิดตัวบุคคล: ยันเป็นการฟ้องเพื่อลงโทษทางอาญาต่อตัวบุคคล ไม่ใช่เพียงการร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ พร้อมเตรียมขอหมายเรียกเอกสาร TOR และสัญญาจ้างพิมพ์บัตรมาตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมทีมทนายความ เดินทางเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน รวมถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และนายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
ปมบัตรเลือกตั้งสืบหาตัวตนได้ ทำลายหลักการ "ลงคะแนนลับ"
ต้นเหตุของการฟ้องร้องครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีที่ กกต. ยอมรับว่าบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าเป็นการละเมิดหลักการพื้นฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่การลงคะแนนต้องเป็นความลับ ความเสียหายนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังเกิดซ้ำในการเลือกตั้งใหม่ที่เขตคันนายาว เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ โดยพบว่าบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มี "รหัสต้นขั้ว" ซึ่งเป็นหลักประกันความสุจริต ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการฉีกบัตรเกินจำนวนหรือการทุจริตในรูปแบบอื่น
งัดบทเรียนอดีต "วาสนา เพิ่มลาภ" ปิดช่องโหว่กฎหมาย
นายแพทย์วาโย เปิดเผยว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้มีการนำแนวทางจากคำพิพากษาศาลฎีกาปี 2558 กรณี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. มาประกอบการพิจารณา แม้ในอดีตข้อหาตามมาตรา 157 จะเคยถูกตีตกไปในบางประเด็น แต่ในครั้งนี้พรรคได้อุดช่องโหว่ด้วยการใช้ข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วย เพื่อให้ กกต. ต้องรับผิดชอบทางอาญาต่อการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง และพร้อมสู้คดีอย่างถึงที่สุดแม้ต้องใช้เวลานานนับสิบปี
ฟ้องตัวบุคคล มุ่งผลลัพธ์ทางอาญา
ต่อข้อซักถามเรื่องความซ้ำซ้อนของการร้องเรียน นายแพทย์วาโยยืนยันว่าโจทก์ในคดีนี้คือผู้เสียหายโดยตรงตามนิตินัย ประกอบด้วย พรรคประชาชน, นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และตนเอง ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีเป้าหมายชัดเจนคือการเอาผิดทางอาญากับ "ตัวบุคคล" ซึ่งต่างจากการร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินที่มุ่งเน้นกระบวนการทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
เตรียมขยายผลเรียกเอกสาร TOR และพยานสำคัญ
หากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ทางพรรคเตรียมขออำนาจศาลออกหมายเรียกบุคคลและเอกสารสำคัญมาตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเฉพาะเอกสารข้อกำหนดการจ้าง (TOR) สัญญาจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 ประเภท รวมถึงรายงานการประชุมของ กกต. ทุกครั้งนับตั้งแต่ประกาศยุบสภา เพื่อพิสูจน์เจตนาและขั้นตอนการทำงานที่มีความผิดปกติ
นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังมองว่าการที่ กกต. แจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้สังเกตการณ์การเลือกตั้ง เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและแทนที่จะเร่งแก้ไขความผิดพลาดกลับใช้อำนาจคุกคามภาคประชาชน โดยพรรคจะรวบรวมข้อมูลส่วนนี้ยื่นเพิ่มเติมในสำนวนคดีต่อไป


