posttoday

PostTalk EP. 8 สมชัย อดีตกกต.ชี้ จับตา! เลือกตั้ง69เสี่ยงโมฆะ

25 กุมภาพันธ์ 2569

“สมชัย” ชี้เลือกตั้ง 69 วุ่นวาย เสี่ยงโมฆะ เหตุบัตร 3 ใบ-QR Code ย้อนถึงต้นขั้ว จี้ กกต. รับผิดชอบ เปิดข้อเท็จจริงเรียกความเชื่อมั่น

KEY

POINTS

  • นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ชี้ว่าการเลือกตั้งปี 69 มีความเสี่ยงเป็นโมฆะจากประเด็น QR Code บนบัตรเลือกตั้งที่อาจสืบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้
  • การบริหารจัดการของ กกต. ขาดมาตรฐานและความพร้อม เช่น การใช้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วย (กปน.) ที่ขาดประสบการณ์ และขั้นตอนการรับบัตร 3 ใบที่สร้างความสับสน
  • กกต. ชุดปัจจุบันถูกวิจารณ์ว่าทำงานเชิงรับ พึ่งพากลไกของกระทรวงมหาดไทยมากเกินไปซึ่งเปิดช่องให้การเมืองแทรกแซง และขาดความโปร่งใสในการชี้แจงปัญหา

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ในรายการ PostTalk ถึงกรณีมุมมองเกี่ยวกับการทำงานของ กกต. ชุดปัจจุบันในการเลือกตั้งปี 2569 ที่ผ่านมา ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ยังไม่เรียบร้อยเท่าที่ควร ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะการเลือกตั้งครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งก่อน ๆ เนื่องจากมีการออกเสียงประชามติ จึงทำให้มีบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 3 ใบ

กกต. จึงจัดทำวิธีการที่เข้าใจว่าง่ายที่สุด คือแบ่งเป็น 2 ขั้นตอน โดยให้เข้าคิวรับบัตร 2 ใบ (บัตรสีเขียว–สีชมพู) ในรอบที่ 1 และในรอบที่ 2 ให้ไปรับอีก 1 ใบ (บัตรสีเหลือง) ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ กกต. ทำงานได้ง่ายที่สุด แต่สะท้อนว่าไม่ได้คำนึงถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเท่าที่ควร

อีกประเด็นคือจำนวน กปน. (คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง) เพิ่มขึ้นจากเดิม รวมเป็น 1,500,000 คน โดยคนเหล่านี้มาจากการคัดเลือกใหม่ ซึ่งอาจยังไม่มีประสบการณ์ทำงานเลือกตั้ง จึงอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้วิธีการทำงานของ กปน. มีความแตกต่าง ขาดมาตรฐาน และหลวมต่างกันไปในแต่ละหน่วย

อีกประเด็นหนึ่งคือ กกต. พึ่งพากลไกของกระทรวงมหาดไทยมากเกินไป โดยใช้นายอำเภอเป็นผู้อำนวยการเขต และเมื่อนายอำเภอเข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็จะใช้กลไกต่าง ๆ เช่น กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน เพื่อคัดสรรจัดหา กปน. ประจำหน่วย ซึ่งตรงนี้เป็นช่องโหว่ที่การเมืองสามารถแทรกแซงได้

สะท้อนให้เห็นว่า กกต. ใช้วิธีคิดแบบเดิม ทำอย่างที่เคยทำ ไม่คิดพัฒนา ไม่มองปัญหาที่เกิดขึ้น หรือคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และไม่ได้หาวิธีการทำงานที่ดีกว่า จึงทำให้เห็นปัญหา เช่น เรื่องการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ปัจจุบันประเด็นบาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง หากย้อนดูใน TOR ก็ไม่ได้แตกต่างจากอดีต

 

 

อย่างไรก็ตาม หาก QR Code ดังกล่าวใช้เพียงเพื่อตรวจสอบล็อตการจัดส่ง หรือระบุว่าบัตรอยู่ในหีบใด ก็อาจไม่เป็นปัญหา แต่ขณะนี้ในบัตรสีชมพูสามารถย้อนกลับไปถึงต้นขั้วบัตรแต่ละใบได้ จึงเป็นประเด็นที่อาจนำไปสู่การเป็นโมฆะ หากพิสูจน์ได้ว่าใครเลือกใคร โดยยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นจำนวนมาก

นายสมชัยเชื่อว่า กกต. ไม่มีเจตนาทำให้เกิดความผิดพลาด แต่อาจเกิดจากความไม่รอบคอบ คิดไม่ถึง หรือปล่อยปละละเลย เช่น การอบรมกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ยังไม่เข้มงวดเพียงพอ จึงทำให้เกิดวิธีการทำงานที่หลากหลายโดยไม่มีมาตรฐาน

นายสมชัยกล่าวต่อว่า กกต. ทั้ง 7 คน มีถึง 5 คนที่เข้ามาใหม่ และ 2 คนเป็นกรรมการเดิม แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะไม่ว่าเข้ามาเมื่อใด ทุกคนต้องพร้อมทำงานทันที สมัยที่ตนเข้ามาใหม่ก็มีการเลือกตั้งเช่นกัน จึงไม่สามารถอ้างว่าไม่รู้ได้

ปัญหาขณะนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างสำนักงานกับคณะกรรมการ ซึ่งดูเหมือนว่าสำนักงาน กกต. ทำงานทั้งหมดและรายงานให้คณะกรรมการทราบ หากกรรมการไม่ลงไปดูรายละเอียด ก็อาจถูกมองว่าเป็นการปล่อยปละละเลยให้สำนักงานดำเนินการทั้งหมด จนนำมาซึ่งความไม่เรียบร้อยต่าง ๆ

กรณีหลักฐานในโซเชียลและในพื้นที่เกี่ยวกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง รวมถึงท่าทีที่ดูนิ่งของ กกต. ในช่วงที่ผ่านมา นายสมชัยมองว่า กกต. ชุดนี้ทำงานเชิงรับมากเกินไป ระเบียบและขั้นตอนต่าง ๆ ไม่เอื้อต่อการปราบปรามทุจริต ชาวบ้านรู้ แต่ กกต. ไม่รู้ และประชาชนกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงไม่อยากเข้ามาเกี่ยวข้อง กระบวนการที่ออกแบบไว้จึงไม่เอื้อต่อการทำงานปราบปรามทุจริต
 

ก่อนหน้านี้ตนเคยให้คะแนนการทำงานของ กปน. 8 เต็ม 10 และให้ กกต. 4 เต็ม 10 แต่ขณะนี้มองว่า 4 คะแนนอาจมากเกินไป เพราะจากท่าทีการแถลงเมื่อเกิดความผิดพลาด กลับไม่พยายามชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ใช้อำนาจทำให้ตนเองดูถูกต้อง จึงให้ความรู้สึกว่า กกต. ชุดนี้ได้ 0 คะแนน

ส่วนการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืน นายสมชัยเห็นว่า กกต. ต้องนำข้อเท็จจริงมาชี้แจง และแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ไม่ปกปิดข้อเท็จจริง หากมีความผิดพลาดจากฝั่ง กกต. ต้องยอมรับและสั่งแก้ไขหรือดำเนินการลงโทษ

กรณีบัตรเขย่งในหลายพื้นที่ หากบัตรสีเขียวและสีชมพูมีจำนวนไม่เท่ากัน อาจเกิดจากประชาชนลงข้อมูลผิดหรือไม่ครบ ซึ่ง กกต. มีหน้าที่ทำให้ข้อมูลถูกต้อง ไม่ควรค้างข้อมูลไว้เพียง 94% ทั้งที่มีข้อมูลครบ 100% แล้ว การไม่เปิดเผยข้อมูลครบถ้วนยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัย

อีกความเป็นไปได้คือการเพิ่มหรือนำบัตรบางใบออกจากหีบ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ระดับกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ดังนั้น กกต. ต้องออกมารับผิดชอบ

ส่วนโอกาสที่การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ นายสมชัยระบุว่า ขณะนี้เริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาขององค์กรที่เกี่ยวข้อง จึงยอมรับว่ามีโอกาสเกิดขึ้น โดยมีหลายช่องทางในการร้องเรียน และสุดท้ายขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาล

ข่าวล่าสุด

YouTube อัปเกรด Premium Lite ชูจุดขายเล่นวิดีโอได้แม้ล็อกหน้าจอ