กกต.ไขปม“บัตรเขย่ง”เกิดจากระบบรายงาน จำกัดการแสดงผล 95%
กกต. ชี้แจงข้อสงสัย “บัตรเขย่ง” ตัวเลขคะแนน สส. เขต–บัญชีรายชื่อที่ไม่เท่ากัน เกิดจากระบบรายงานผลไม่เป็นทางการที่จำกัดการแสดงผล 95% ย้ำผลจริงยึดเอกสารหน้าหน่วย
KEY
POINTS
- ระบบแยกส่วน: ECT Report 69 ออกแบบให้แยกรายงานผลเขตและบัญชีรายชื่อ ทำให้การตรวจสอบและแสดงผลเสร็จไม่พร้อมกัน คะแนนบนจอจึงดูเหลื่อมกัน
- ล็อกผล 95%: ระบบรายงานผลไม่เป็นทางการถูกตั้งค่าให้แสดงผลสูงสุดเพียง 95% ข้อมูลส่วนที่เกินจะไม่ถูกนำมาคำนวณบนหน้าจอออนไลน์
- กระดาษคือของจริง: ผลคะแนนที่ถูกต้อง 100% ต้องยึดตามเอกสาร ส.ส. 5/18 ที่ประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ผ่านเว็บไซต์ กกต.
ประเด็น “บัตรเขย่ง” ที่สังคมตั้งคำถามถึงความคลาดเคลื่อนของคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งปรากฏบนหน้าจอรายงานผลออนไลน์ในคืนวันเลือกตั้งนั้น
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ชี้แจงว่า เป็นผลจาก “รูปแบบการออกแบบระบบรายงานผลไม่เป็นทางการ” ไม่ใช่ความผิดปกติของการนับคะแนนจริง
ทำไมคะแนนบนจอไม่เท่ากัน?
ระบบรายงานผลออนไลน์ (ECT Report 69) ถูกออกแบบให้
- แยกการประมวลผลคะแนนแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อออกจากกันโดยเด็ดขาด
- แสดงผลตามลำดับการตรวจสอบ หากประเภทใดตรวจสอบเสร็จก่อนจะถูกอัปโหลดก่อน
- จำกัดการแสดงผลไม่เกิน 95% ของจำนวนหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขต
ดังนั้น เมื่อข้อมูลบางส่วนเกิน 95% ระบบจะ “ไม่โชว์” ส่วนที่เกิน ทำให้ตัวเลขสุดท้ายที่ปรากฏบนหน้าจออาจไม่เท่ากัน แม้คะแนนจริงจะครบถ้วนแล้วก็ตาม
กกต. ย้ำว่า ระบบดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อความรวดเร็วในการสื่อสารผลเบื้องต้นแก่ประชาชนและสื่อมวลชนเท่านั้น ไม่ใช่เอกสารอ้างอิงผลคะแนนทางกฎหมาย
แล้วผลที่ถูกต้องดูจากไหน?
คำตอบคือ “เอกสารกระดาษหน้าหน่วย”
หลังการนับคะแนนเสร็จ เจ้าหน้าที่จะบันทึกผลลงในแบบรายงานผลการนับคะแนน (แบบ ส.ส. 5/18) และติดประกาศไว้หน้าหน่วยเลือกตั้งทันที เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบ หากพบข้อผิดพลาดต้องบันทึกเป็นหลักฐาน
ต่อจากนั้น กกต. จะรวบรวมข้อมูลและเผยแพร่ภาพถ่ายเอกสารรายงานผลทั้งหมดผ่านเว็บไซต์ทางการ ก่อนจัดทำประกาศผลอย่างเป็นทางการ (แบบ ส.ส. 6/1)
บทสรุป
ข้อสงสัย “บัตรเขย่ง” จึงเป็นความคลาดเคลื่อนเชิงเทคนิคของระบบรายงานผลออนไลน์ ไม่ใช่ความผิดปกติของกระบวนการนับคะแนน โดยผลคะแนนที่มีผลทางกฎหมายต้องยึดตามเอกสารรายงานหน้าหน่วยเลือกตั้งเป็นหลัก ซึ่งเปิดให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา
กกต. ยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดดำเนินไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย


