posttoday

ผ่าเค้กเกษตร1.2 แสนล้าน: ภูมิใจไทยVSกล้าธรรม เพื่อไทยจ่อคุมแทน?

18 กุมภาพันธ์ 2569

จับตาเกมแบ่งเค้กเก้าอี้ รมว.เกษตรฯ หลังภูมิใจไทยจ่อส่งไม้ต่อให้เพื่อไทย คุมงบ 1.2 แสนล้าน ชูนโยบายพักหนี้ 3 ปี ชนโฉนดที่ดิน-บริหารน้ำเข้มข้นของกลุ่มธรรมนัส

KEY

POINTS

  • มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยอาจเข้ามาบริหารกระทรวงเกษตรฯ แทนพรรคกล้าธรรม เพื่อผลักดันนโยบายพักหนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายหาเสียงสำคัญ
  • ความขัดแย้งระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส ถูกมองว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้พรรคกล้าธรรมสูญเสียตำแหน่งในกระทรวงนี้
  • การแย่งชิงตำแหน่งนี้มีเดิมพันเป็นงบประมาณกว่า 1.2 แสนล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนนโยบายประชานิยมที่แตกต่างกันระหว่างสองพรรค

การจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ พรรคภูมิใจไทย กำลังอยู่ในสปอตไลท์ของสังคม
โดยเฉพาะประเด็นความเคลื่อนไหวหลังการเลือกตั้งปี 69
ที่สะท้อนถึงการชิงไหวชิงพริบทางการเมืองใน 3 ประเด็นหลัก ดังนี้:

1. ดีลสลับเก้าอี้และภารกิจ "ล้างหนี้" ของเพื่อไทย
มีกระแสข่าวหนาหูเกี่ยวกับ "ดีลลับ" ที่พรรคภูมิใจไทยอาจส่งมอบ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กับ พรรคเพื่อไทย เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางการเมือง โดยพรรคเพื่อไทยพร้อมรับ "เผือกร้อน" นี้ไปบริหาร เพื่อผลักดันเมกะโปรเจกต์ "แพ็กเกจล้างหนี้" ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่ใช้หาเสียงเพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จ

2. รอยร้าว "น้ำเงิน-เขียว" และชะตากรรมพรรคกล้าธรรม
สถานะของ พรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังคงมีความไม่แน่นอนว่าจะได้ร่วม "รัฐบาลอนุทิน 2" หรือไม่ แม้จะมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง แต่มีวิเคราะห์ว่าเกิดรอยร้าวลึกจากเหตุการณ์จะได้ร่วมครม.อนุทิน2หรือไม่

ความไม่พอใจของ "ครูใหญ่": มีรายงานว่าแกนนำภูมิใจไทยไม่พอใจที่พรรคกล้าธรรมส่งผู้สมัครลงแข่งในพื้นที่ฐานเสียงสำคัญ จนทำให้ภูมิใจไทยพลาดเป้าที่นั่งสส.

เกมบีบเงื่อนไข: การประสานงานที่ขัดแย้งกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล และผู้กองธรรมนัส ถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองเพื่อบีบให้พรรคกล้าธรรมยอมถอยในเงื่อนไขสำคัญ เช่น การไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีของบางกลุ่มเพื่อลดความเสี่ยงด้านจริยธรรม

3. กล้าธรรม: ตัวแปรคานอำนาจหรืออุปสรรคฝ่ายค้าน?
นักวิเคราะห์มองว่าพรรคกล้าธรรมคือ "ตัวแปรสำคัญ" ในการคานอำนาจกับพรรคเพื่อไทยภายในรัฐบาล แต่หากเจรจาไม่ลงตัวและต้องระเห็จไปอยู่ฝั่ง ฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมอาจกลายเป็น "กระดูกชิ้นโต" ที่คอยตรวจสอบและขัดขวางการดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ได้อย่างน่ากลัว
 

 3 จุดชี้เป็นชี้ตาย: หาก "เพื่อไทย" จ่อคุมเกษตรฯ แทนกล้าธรรม

เพื่อไทยจ่อคุมงบ 1.25 แสนล้าน: หากดีลลงตัว พรรคเพื่อไทยจะเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล โดยมีเป้าหมายหลักคือการขับเคลื่อน "นโยบายพักหนี้เกษตรกร" (ต้น-ดอก) นาน 3 ปี สำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งครอบคลุมเกษตรกรกว่า 3.5 ล้านบัญชี อันเป็นนโยบายหาเสียงของเพื่อไทยในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา

กรมชลประทาน ขุมทรัพย์หลักที่ทุกฝ่ายหมายปอง: งบประมาณปี 2568 ของกระทรวงเกษตรฯ กว่า 82,989 ล้านบาท (หรือเกือบ 70% ของงบทั้งกระทรวง) เทไปที่กรมชลประทาน เพื่อบริหารจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ตำแหน่ง รมว.เกษตรฯ เป็นเก้าอี้เกรด A ที่มีผลต่อฐานคะแนนเสียงทั่วประเทศ

นโยบายชนนโยบาย (เพื่อไทย vs กล้าธรรม): ในขณะที่เพื่อไทยเน้นการ "พักหนี้" แต่พรรคกล้าธรรมชูธง "ทำมากกว่าพูด" ด้วยการเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็น โฉนดครุฑแดง และโมเดล "ปุ๋ยคนละครึ่ง" ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ทับซ้อนกันอยู่ ในขณะที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยันทุกอย่างต้องรอ กกต. รับรองผลก่อนแบ่งเค้กจริง
 

เปิดไส้ในงบประมาณกระทรวงเกษตรฯ ปี 2568 (หน่วย: ล้านบาท)

หน่วยงานหลัก งบประมาณรวม (โดยประมาณ) ภารกิจสำคัญ
กรมชลประทาน 82,989 บริหารจัดการน้ำ, ก่อสร้างเขื่อน/อ่างเก็บน้ำ
กรมส่งเสริมการเกษตร 3,652 (งบบุคลากร) ดูแลเกษตรกรทั่วประเทศ, ทะเบียนเกษตรกร
กรมปศุสัตว์ 3,404 (งบบุคลากร) ปราบเนื้อเถื่อน, ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์
ส.ป.ก. 840 (งบบุคลากร) จัดที่ดินทำกิน, เปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนด

เกมชิงกระทรวงเกษตรฯ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวบุคคล แต่คือการชิงพื้นที่ของ "นโยบายประชานิยม" ระหว่างการแก้หนี้ของเพื่อไทย กับการสร้างสินทรัพย์ที่ดินของกลุ่มธรรมนัส โดยมีงบประมาณแสนล้านเป็นเดิมพัน

เรียบเรียง : อมรเดช ชูุสวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 

ข่าวล่าสุด

ฝุ่นมีกลิ่น! เตรียมใช้ e-Nose หาต้นตอ “คนก่อฝุ่นPM2.5”