เลือกตั้ง69:ภูมิใจไทยไม่ชนะกทม. แต่จัดขั้วใหม่ ครองอนุรักษ์นิยม
ภูมิใจไทยก้าวขึ้นอันดับ 2 ในกรุงเทพฯ ถึง 16 เขต เหนือเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ สะท้อนการรวมศูนย์คะแนนฝ่ายอนุรักษ์นิยม และเกมแบ่งขั้วการเมืองที่เข้มข้นที่สุดในรอบหลายปี
KEY
POINTS
- พรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 2 ในกรุงเทพมหานคร โดยได้คะแนนเป็นรองชนะเลิศใน 16 เขตเลือกตั้ง
- ความสำเร็จนี้เกิดจากการรวมศูนย์ของฐานเสียงฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เทคะแนนให้ภูมิใจไทย ทำให้การเมือง กทม. เกิดการแบ่งขั้วใหม่ที่ชัดเจน
- แม้ไม่ได้ชนะ แต่คะแนนของผู้สมัครที่สูงสะท้อนการสร้างฐานเสียงที่แท้จริงในเมืองหลวง และส่งสัญญาณการเป็นผู้ท้าชิงหลักในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ปี 2569 สร้างภาพใหม่ให้การเมืองเมืองหลวง เมื่อพรรคภูมิใจไทยขยับขึ้นเป็น “เบอร์ 2” ในหลายเขต แม้ไม่ได้ครองแชมป์ แต่ตัวเลขอันดับรองชนะเลิศกลับสะท้อนแรงสั่นสะเทือนเชิงโครงสร้างของฐานเสียงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลลัพธ์ดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องจำนวนที่นั่ง หากแต่สะท้อนพฤติกรรมการลงคะแนนที่แบ่งขั้วชัดเจนระหว่างเสรีนิยมกับอนุรักษ์นิยม
16 เขต “อันดับ 2” เกมเปลี่ยนในเมืองหลวง
แม้ พรรคประชาชน จะคว้าชัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ แต่ตำแหน่งรองแชมป์กลับเป็นของ พรรคภูมิใจไทย อย่างโดดเด่น
- ภูมิใจไทย อันดับ 2 จำนวน 16 เขต
- พรรคเพื่อไทย อันดับ 2 จำนวน 12 เขต
- พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 2 จำนวน 5–6 เขต
ตัวเลขนี้ชี้ชัดว่า ภูมิใจไทยกลายเป็น “ตัวเลือกหลัก” ในหลายพื้นที่ และสามารถเบียดพรรคดั้งเดิมในเมืองหลวงได้อย่างเป็นรูปธรรม
รวมศูนย์คะแนนอนุรักษ์นิยม
หัวใจของปรากฏการณ์ครั้งนี้อยู่ที่ “การรวมศูนย์คะแนน”
กลุ่มผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมในกรุงเทพฯ เทคะแนนให้ภูมิใจไทยอย่างชัดเจน ต่างจากอดีตที่คะแนนกระจายไปยังประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกัน ฝั่งเสรีนิยมก็รวมคะแนนไปที่พรรคประชาชนแบบไม่แบ่งฐานให้เพื่อไทย
ผลลัพธ์คือ การเมืองกรุงเทพฯ ถูกจัดเรียงใหม่เป็นสองขั้วใหญ่ โดยภูมิใจไทยกลายเป็นแกนหลักของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในเมืองหลวง
คะแนนรายบุคคล สัญญาณฐานเสียงใหม่
แม้ไม่ได้อันดับ 1 แต่ผู้สมัครหลายเขตของภูมิใจไทยทำคะแนนในระดับสูง เช่น
- ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กว่า 21,000 คะแนน
- ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ราว 16,000 คะแนน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าพรรคไม่ได้อาศัยเพียงกระแสภาพรวม แต่เริ่มสร้าง “ฐานคะแนนจริง” ในพื้นที่เมืองหลวง และบางเขตมีคะแนนแซงหน้าพรรคเก่าแก่ได้สำเร็จ
วิเคราะห์: การแบ่งขั้วชัดที่สุดในรอบหลายปี
การเลือกตั้งครั้งนี้เผยให้เห็น 4 แนวโน้มสำคัญ
- เสรีนิยมรวมศูนย์ที่พรรคประชาชน
- อนุรักษ์นิยมเทคะแนนให้ภูมิใจไทย
- ประชาธิปัตย์สูญเสียบทบาทแกนหลักฝ่ายอนุรักษ์นิยม
- เพื่อไทยเสียฐานเสียงบางส่วนให้พรรคประชาชน
นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันรายเขต แต่คือการปรับสมดุลอำนาจทางความคิดของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเมืองหลวง
ก้าวต่อไป: เดิมพันการยืนระยะ
คำถามสำคัญคือ ภูมิใจไทยจะรักษาฐาน “อันดับ 2” ให้กลายเป็น “ผู้ท้าชิงอันดับ 1” ได้หรือไม่
หากสามารถต่อยอดคะแนนรองแชมป์ 16 เขตให้กลายเป็นชัยชนะในรอบหน้าได้จริง การเมืองกรุงเทพฯ อาจเข้าสู่ยุคสองขั้วถาวร ที่การแข่งขันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
ปรากฏการณ์ครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าผลเลือกตั้ง แต่คือสัญญาณการจัดวางสมการใหม่ของเมืองหลวงในระยะยาว


