กกต.รับคำร้อง "นับคะแนนใหม่" หลายพื้นที่ หลัง ยอดร้องเรียนพุ่ง 113 เรื่อง
"กกต." รับคำร้อง "นับคะแนนใหม่" หลายพื้นที่ หลังยอดร้องเรียนพุ่ง 113 เรื่อง เร่งไต่สวน 39 คดี ย้ำกระบวนการโปร่งใส
11 ก.พ. 2569 ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยนางสุทธดา คงเดชา ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน 1 ร่วมแถลงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ โดยระบุว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องขอให้นับคะแนนใหม่ในหลายพื้นที่
ว่าที่ ร.ต.ภาสกร เปิดเผยว่า สำนักงาน กกต. ได้รับคำร้องจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้องที่ขอให้ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่แล้ว โดยจะรวบรวมข้อร้องเรียนทั้งหมดเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายนอกจากนี้ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชุมชี้แจงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ กรณีมีข้อสงสัยหรือข้อร้องเรียน พร้อมเปิดช่องทางให้ยื่นคำร้องตามกระบวนการอย่างเป็นทางการ
ในส่วนของการประกาศผลคะแนน ขณะนี้สำนักงาน กกต.จังหวัดได้ทยอยจัดทำและเผยแพร่ผลการนับคะแนนรายหน่วยผ่านเว็บไซต์ของแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามตรวจสอบได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่สอบสวนข้อเท็จจริงและพบผู้ร้องเรียนแล้ว คาดว่าจะสรุปผลเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาภายในวันพรุ่งนี้
ทั้งนี้ กกต. ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกเรื่องร้องเรียนอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ
ด้านนางสุทธดา ได้ชี้แจงถึงความคืบหน้าการรับคำร้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมืองว่า ผู้มีสิทธิสามารถยื่นคำร้องคัดค้านได้ตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึง 30 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง ปัจจุบันมีผู้ยื่นคำร้องแล้ว 99 เรื่อง และเป็นกรณี “ความปรากฏ” ที่สำนักงานตรวจพบเพิ่มเติมอีก 14 เรื่อง รวมทั้งสิ้น 113 เรื่อง โดยในจำนวนนี้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สั่งรับคำร้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนแล้ว 39 เรื่อง
ทั้งนี้ การยื่นคำร้องต้องจัดทำเป็นหนังสือและยื่นด้วยตนเองที่สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด ไม่สามารถแจ้งทางโทรศัพท์หรือส่งไปรษณีย์ได้ โดยต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งวันเวลา สถานะผู้ร้อง–ผู้ถูกร้อง และพฤติการณ์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย เช่น การซื้อเสียง การให้ทรัพย์สิน การหาเสียงหลอกลวง หรือเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลาง
ในขั้นตอนการพิจารณา เจ้าหน้าที่จะตรวจความครบถ้วนของคำร้องภายใน 3 วัน หากเอกสารไม่สมบูรณ์จะให้แก้ไข ส่วนคำร้องที่ถูกต้องจะมีคำสั่งรับเรื่องและส่งให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนดำเนินการ ซึ่งใช้ระยะเวลาไต่สวน 90 วัน ก่อนส่งความเห็นตามลำดับชั้นถึงส่วนกลาง และเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งวินิจฉัยต่อไป โดยภาพรวมกระบวนการพิจารณาอาจใช้เวลาหลายช่วง รวมกว่า 6–8 เดือนตามขั้นตอนกฎหมาย
สำหรับลักษณะข้อกล่าวหาที่พบมากที่สุด นางสุทธดา ระบุว่า เป็นความผิดตามมาตรา 73 เกี่ยวกับการซื้อเสียงหรือให้ประโยชน์เพื่อจูงใจ มี 31 เรื่อง และข้อหาการหาเสียงโดยหลอกลวงหรือทำให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมตามมาตรา 73 (5) มากที่สุด 68 เรื่อง
ส่วนกรณีคำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนหรือรวมคะแนน ผู้ร้องต้องยื่นในระหว่างที่การนับคะแนนยังไม่แล้วเสร็จ หรือก่อนประกาศผลในหน่วยเลือกตั้ง หากยื่นภายหลังอาจเกินกำหนด แต่หากมีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ สำนักงานยังสามารถรับไว้พิจารณาในลักษณะ “ความปรากฏ” ได้เป็นรายกรณี ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคำร้องจะนำไปสู่การสั่งนับคะแนนใหม่ ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
นางสุทธดา ยังเตือนว่า การยื่นคำร้องต้องเป็นข้อเท็จจริง หากพบว่าเป็นการร้องเท็จหรือกลั่นแกล้งเพื่อให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองเสียหาย หรือถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ผู้ร้องอาจมีความผิดและต้องรับโทษตามกฎหมายเช่นกัน พร้อมขอให้ประชาชนใช้สิทธิด้วยความสุจริต และส่งข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างเป็นธรรม
ภายหลังการแถลงความคืบหน้าการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนในหลายประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ
กรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าพบการจำหน่ายหีบบัตรเลือกตั้งผ่านช่องทางออนไลน์ และประชาชนทั่วไปสามารถสั่งซื้อได้ อาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ชี้แจงว่า หีบบัตรที่จำหน่ายทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้ในกระบวนการเลือกตั้งได้ เนื่องจากของ กกต. มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเฉพาะ เช่น สายรัดหีบบัตรที่มีรหัสควบคุม และระบบปิดผนึกช่องใส่บัตร พร้อมลายมือชื่อคณะกรรมการประจำหน่วย จึงไม่สามารถนำหีบจากภายนอกมาใช้แทนได้
ส่วนกรณีการนับคะแนนใหม่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ที่มีรายงานว่าบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ กกต. เข้าร่วมขานและนับคะแนนนั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร บอกว่า ขณะนี้สำนักงานอยู่ระหว่างรวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบขั้นตอนทั้งหมด ว่ามีการปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาภายในสัปดาห์นี้
สำหรับข้อสงสัยเรื่องแบบขีดคะแนนที่บางเขตพิมพ์ชื่อและหมายเลขผู้สมัครไว้ล่วงหน้า ขณะที่บางพื้นที่ใช้การเขียนด้วยปากกา ว่าที่ ร.ต.ภาสกร อธิบายว่า ทั้งสองรูปแบบสามารถใช้ได้เหมือนกัน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต บางพื้นที่เลือกพิมพ์ เพื่อความสะดวกและลดความผิดพลาด โดยเฉพาะเขตที่มีผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจำนวนมาก
ขณะที่ประเด็นตัวเลขผู้มาใช้สิทธิระหว่างระบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อที่แตกต่างกัน ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ระบุว่า ตัวเลขบนเว็บไซต์เป็นเพียงการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งอาจมีความคลาดเคลื่อนจากการคีย์ข้อมูล และเป็นผลเพียงประมาณ 95% ของหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด ตัวเลขจะชัดเจนเมื่อมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการ หลังผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขต
นอกจากนี้ยังถูกถามถึงแรงกดดันจากกลุ่มประชาชนที่มาชุมนุมบริเวณหน้า กกต. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติ ขอให้ระบุรายละเอียดให้ชัดเจน ทั้งหน่วยเลือกตั้งและพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ตรงจุด พร้อมแนะนำให้สอบถามสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือกรุงเทพมหานคร เพื่อรับคำชี้แจงเบื้องต้นก่อนเข้าสู่กระบวนการร้องเรียนอย่างเป็นทางการ


