เลือกตั้ง69:ดร.ปณิธานชี้ "สามนคราประชาธิปไตย"กำหนดจุดเปลี่ยนการเมืองไทย
“ปณิธาน” ชี้เลือกตั้ง69 ก้าวพ้นยุคสองนคราฯ สู่ “สามนคราประชาธิปไตย”ผลโหวตคือทางเลือกระหว่าง พลิกรูปประเทศ-รักษารูปเดิม-สร้างสมดุลใหม่ ท่ามกลางอิทธิพลทุนใหญ่
KEY
POINTS
- สามนคราประชาธิปไตย: การเมืองไทยแบ่งเป็น 3 ขั้วหลัก คือ กลุ่มพลิกโฉมประเทศ (Progressive), กลุ่มอนุรักษ์โครงสร้างเดิม (Conservative) และกลุ่มสายกลางที่มุ่งสร้างสมดุลใหม่ (Centrist)
- วิกฤตความเชื่อมั่น: แม้มีตัวเลือกพรรคการเมืองเกือบ 60 พรรค แต่ผู้สิทธิกว่า 53 ล้านคนยังกังวลว่าตัวเลือกที่มีอาจดีไม่พอที่จะพาประเทศออกจากปัญหาหมักหมมและเศรษฐกิจรุมเร้า
- อิทธิพลทุนข้ามชาติ: เตือนการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เสียงประชาชนในเมืองและชนบท แต่มีปัจจัยจาก "ทุนใหญ่" ทั้งในและนอกระบบที่เข้ามาแทรกซึมและมีบทบาทกำหนดอนาคตการเมือง
ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ เปิดเผยบทวิเคราะห์ทิศทางการเลือกตั้งปี 2569 โดยชี้ว่าเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญภายใต้โครงสร้าง "สามนคราประชาธิปไตย" ซึ่งประกอบด้วย 3 ทางเลือกหลักที่จะกำหนดอนาคตไทย
กลุ่มแรก: "ขึ้นรูปประเทศใหม่" นำโดยพรรคขั้วก้าวหน้า (Progressive) ที่มุ่งเป้าเปลี่ยนโครงสร้างระบบราชการและสถาบันต่างๆ แบบถอนรากถอนโคน โดยมีฐานเสียงหลักเป็นคนรุ่นใหม่ที่มองว่าหากไม่เปลี่ยนเชิงโครงสร้าง ประเทศจะ "ถอยหลังเข้าคลอง"
กลุ่มที่สอง: "คงรูปเดิมของประเทศ" นำโดยพรรคขั้วอนุรักษนิยม (Conservative) และพรรคใหญ่ที่เคยบริหารประเทศ มุ่งเน้นการรักษาโครงสร้างหลักไว้แต่ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน โดยมองว่าการพลิกโฉมแบบฉับพลันอาจทำให้ประเทศกลายเป็น "รัฐล้มเหลว" เนื่องจากขาดประสบการณ์
กลุ่มที่สาม: "สมดุลใหม่ทางการเมือง" กลุ่มสายกลาง (Centrist) ที่มุ่งเน้นการตรวจสอบและถ่วงดุล (Check and Balance) ไม่ให้ขั้วใดขั้วหนึ่งสุดโต่งเกินไป แม้ปัจจุบันจะยังมีคะแนนนิยมน้อยกว่าสองกลุ่มแรก แต่ถือเป็นกลไกสำคัญที่จะป้องกัน "เผด็จการเสียงข้างมาก"
ดร.ปณิธาน ระบุทิ้งท้ายว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ก้าวข้ามทฤษฎี "สองนคราประชาธิปไตย" แบบเดิมที่แบ่งแยกเพียงชนบทกับเมือง แต่กำลังถูกท้าทายด้วย "เงาทะมึนของทุนใหญ่" ทั้งในและข้ามชาติที่คืบคลานเข้าสู่ระบบการเมือง ซึ่งผลการเลือกตั้งจะเป็นคำตอบว่าคนไทยจะเลือกเดินไปในทิศทางใดท่ามกลางตัวแปรที่ซับซ้อนนี้


