'ยศชนัน' ประกาศพร้อมนั่งนายกฯ พลิกโฉมไทย ชูอธิปไตยเทคโนโลยี
ปราศัยใหญ่ครั้งสุดท้าย "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" ย้ำแก้ความเหลื่อมล้ำ แก้หนี้ทั้งระบบ ดันเศรษฐกิจมูลค่าสูง พร้อมขอเสียงประชาชน 8 กุมภาพันธ์ ขอเป็นนายกฯ คนที่ 33 สร้างประเทศไทยใหม่
KEY
POINTS
- ปราศัยใหญ่ครั้งสุดท้าย "ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์" ย้ำแก้ความเหลื่อมล้ำ แก้หนี้ทั้งระบบ ดันเศรษฐกิจมูลค่าสูง
- พร้อมขอเสียงประชาชน 8 กุมภาพันธ์ ขอเป็นนายกฯคนที่ 33 สร้างประเทศไทยใหม่
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายว่า หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าเกษตรกรจะเป็นอาชีพที่มีรายได้สูง หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะไร้คอรัปชั่น หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าคนไทยทุกคนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะเป็นเมืองที่อากาศสะอาด ปลอดภัย สำหรับลูกหลานของเรา
หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าเด็กไทยทุกคน ต้องได้เรียนในสิ่งที่ดีที่สุด หลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าครู ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร จะมีรายได้เพียงพอกับรายจ่าย และกลับมาเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆอีกครั้ง หลายคนอาจจะคิดแต่ไม่กล้าฝันว่าเราจะมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง
และพร้อมที่จะยืนบนลำแข้งตัวเอง มีศักดิ์ศรีบนเวทีโลก ในยุคสงครามทางเทคโนโลยีอย่างสง่างาม และหลายคนอาจจะคิด แต่ไม่กล้าฝันว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูงด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
"ตนเชื่อเสมอว่าสำหรับประเทศไทย หากเราช่วยกันทุกอย่างต้องเป็นไปได้ 8 กุมภาพันธ์นี้ ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ที่จะเปลี่ยนแปลงความฝัน ความหวังของพี่น้องคนไทย ให้เป็นความจริง"
โดยในปี 2551 ตนเริ่มเส้นทางการต่อสู้เพื่ออธิปไตยทางเทคโนโลยีให้กับคนไทย จากคำถามที่ว่าทำไมประเทศไทยไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเองเลย ทำไมประเทศไทยไม่มีเครื่องมือแพทย์ดีๆ ที่จะใช้รักษาชีวิตของคนไทย ทำไมคนพิการไทยไม่ได้รับการดูแล อย่างเท่าเทียมกัน 17 ปีบนเส้นทางสู่การต่อสู้เพื่อปกป้องอธิปไตยทางเทคโนโลยีเพื่อคนไทย ตนนั้นได้พิสูจน์แล้วว่าหากได้รับการสนับสนุนที่ดี คนไทยก็ทำได้ คนไทยไม่แพ้ใคร คนไทยต้องไปได้ไกลกว่านี้
จากนั้นในปี 2557 ตนนั้นเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเมืองด้วยความมุ่งมั่นที่จะสานต่อให้คนไทยได้ใช้สิ่งดีๆ จากคนไทย แต่ปัญหามีมากกว่าที่ผมคิด ในขณะที่เรากำลังถามถึงอนาคต คนไทยหลายคนยังถามหาข้าวมื้อต่อไปของเค้า และนี่คือคนไทยจำนวนกว่า 3.4 ล้านคนที่ยังมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 3,000 บาท หลายคนเป็นผู้ป่วยติดเตียง ตนเห็นความเหลื่อมล้ำทางสุขภาพ ทางการศึกษาระหว่างเด็กที่อยู่ในเมืองและนอกเมืองอย่างชัดเจน
ผมเห็นหลายครอบครัวล้มลงจากปัญหายาเสพติด ถึงแม้ว่าในการเลือกตั้งครั้งนั้น ตนจะไปไม่ถึงฝั่งฝันจากความอยุติธรรมทางการเมือง แต่ผมเข้าใจแล้วว่า เทคโนโลยีอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีได้ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากหัวใจ หากปราศจากความเข้าใจในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และหากตนได้รับโอกาสอีกครั้ง ตนพูดกับตัวเองเสมอว่า ตนพร้อมที่จะทำด้วยใจอีกครั้งด้วยความเข้าใจในหัวใจของประชาชน
และปี 2568 ตนก็ได้รับโอกาสอีกครั้งและครั้งนี้ ตนพร้อมแล้วที่จะบอกกับทุกคนว่า เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ผมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงความความหวังของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนให้เป็นความจริง ตนจะทำเพื่อคนไทยทุกคนให้ดีที่สุด
นอกจากนี้ ชาวเกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรของเขาจะมีราคาที่ดีขึ้น ความหวังที่ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ทำการเกษตรแล้วจะได้กำไร ความหวังที่เกษตรกร จะไม่ว่าจะล้มลงครั้งแล้วครั้งเล่าจากปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เขาต้องไม่ล้มลงอีก
ความหวังของคนค้าขายที่วันนี้รอคอยกำลังซื้อ ความหวังของคนค้าขายที่รอการกลับมาของนักท่องเที่ยว ความหวังของ SME และ สตาร์ทอัพที่กำลังแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงความหวังของคนทำประมง ความหวังของครู ข้าราชการที่วันนี้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ความหวังของประชาชนที่จะเข้าถึงการรักษาที่ดี แม้จะอยู่ในที่ห่างไกล ความหวังที่จะเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม
ความหวังที่จะมีน้ำประปาที่สะอาด และไฟฟ้าส่องสว่างในทุกๆ ที่บนผืนแผ่นดินไทย และความหวังที่ลูกหลานของทุกคนที่จะอยู่อย่างปลอดภัยจากยาเสพติด ความหวังที่จะได้รับการดูแลจากรัฐในวันที่เค้าล้มลง และ 40 วันที่ผ่านมาในทุกเวทีแห่งความหวังในประเทศไทย
"การเดินทางครั้งนี้ผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและคราบน้ำตา สายตาที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ และความหวังสุดท้ายคือการเดินทางมาหาผม เพื่อที่จะพูดว่า "ทำให้ได้นะลูก ช่วยแม่ด้วย" สายตาที่มาด้วยความห่วงใยมาเพื่อประคับประคอง เพราะเขาเคยรอดชีวิตด้วยนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค น้ำตาที่มาด้วยใจจากคุณยายที่ได้ครอบครัวคืนจากการปราบปรามยาเสพติดของพรรคไทยรักไทย น้ำตาที่ผ่านการต่อสู้มาด้วยกันของพี่น้องเสื้อแดง เสื้อตัวเดิมนำกลับมา เพื่อบอกกับลูกหลานคนนี้ว่าเขสยังอยู่เคียงข้างเราเสมอ สายตาที่มาเพื่อให้กำลังใจในวันที่ผมอ่อนล้า เพื่อที่จะเป็นกำลังใจให้ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ตนไม่รู้ว่าตนจะอยู่บนโลกใบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน แต่นี่คือสิ่งที่ผมจะส่งมอบให้กับคนไทยทุกคนในอีก 4 ปีข้างหน้า เพื่อวันนี้ที่ดีที่สุดของคนไทย และตนจะทำให้ดีที่สุด เพื่อดึงเศรษฐกิจนอกระบบ เข้าสู่ระบบ เพิ่มฐานรายได้ให้กับประเทศ และวันนี้ประเทศไทยจะยืนอยู่อย่างสง่าผ่าเผยในเวทีโลกด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
และประเทศไทยจะให้โอกาสคนที่ล้มลงให้ลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เราจะแก้หนี้ทั้งระบบ และดูแลกลุ่มเปราะบางให้ดีที่สุด เพราะเขาคือคนไทย นอกจากนี้เราจะการขยายฐานเกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมสะอาดมูลค่าสูง และบริการมูลค่าสูง เราจะยกระดับเศรษฐกิจสุขภาพ เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม และเศรษฐกิจการเงินทุกรูปแบบ
เราจะวางโครงสร้างพื้นฐานทุกมิติเพื่อคนไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก เราจะบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติทั้งระบบ ประเทศไทยต้องไร้คอรัปชั่นด้วยรัฐบาลดิจิทัล ดูและประชาชนด้วยวิทยศาสตร์ข้อมูลอย่างเป็นธรรม
และที่สำคัญที่สุด ประเทศไทยจะดำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยแยกแห่งความหวังกำลังจะเปิดขึ้นมาแล้วในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ขอโอกาสพรรคเพื่อไทย
พร้อมกับกล่าวทิ้งทายว่า "ขอดูแลคนไทยทุกคนอีกครั้ง ผมยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝันของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทยให้เป็นความจริง."


