อภิสิทธิ์กร้าว! ทุจริตทำลายโอกาสชาติ ชูทางรอดที่ปลอดภัย
"อภิสิทธิ์" ขึ้นเวทีใหญ่โค้งสุดท้าย ปลุกใจคนไทยเลือกทางรอดที่ปลอดภัย ชี้คอร์รัปชันคืออุปสรรคฉุดรั้งเศรษฐกิจ พร้อมย้ำความผูกพัน 30 ปี มุ่งมั่นแบกรับความหวังประชาชน
KEY
POINTS
- "อภิสิทธิ์" ขึ้นเวทีใหญ่โค้งสุดท้าย ปลุกใจคนไทยเลือกทางรอดที่ปลอดภัย ชี้คอร์รัปชันคืออุปสรรคฉุดรั้งเศรษฐกิจ พร้อมย้ำความผูกพัน 30 ปี มุ่งมั่นแบกรับความหวังประชาชน
- ชี้ว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายโอกาสทางเศรษฐกิจของชาติ และทำให้นักลงทุนต่างชาติขาดความเชื่อมั่น
- พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอแนวทาง "ทางรอดที่ปลอดภัย" ผ่านนโยบายต่างๆ เพื่อเป็นทางออกให้กับประเทศ
- นายอภิสิทธิ์ยังได้วิจารณ์นโยบายประชานิยมว่าไม่ใช่ทางแก้ปัญหาระยะยาวที่ยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจของประเทศ
ประชาธิปัตย์เปิดเวทีใหญ่ “ทางรอดที่ปลอดภัย” อภิสิทธิ์ชี้คอร์รัปชันคือต้นตอทำลายชาติ
พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ภายใต้ชื่องาน “ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์” ณ One Bangkok Forum โดยบรรยากาศเริ่มคึกคักตั้งแต่ช่วงบ่าย และกำหนดเริ่มปราศรัยอย่างเป็นทางการในเวลา 17.00 น.
บริเวณด้านหน้าห้องประชุม มีการนำเสนอ 27 นโยบายหลัก ของพรรค ภายใต้แนวคิด “ทางรอดที่ปลอดภัย” อาทิ ประกันรายได้เกษตรกร 10,000 บาทต่อตัน ประกันรายได้แรงงาน ค่าไฟ 30.50 บาทโดยไม่ใช้งบภาษี ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์แบบ 360 องศา ราชการในมือถือผ่านระบบดิจิทัลกัฟเวิร์นเมนต์ หวยจังหวัด และนโยบายทหารอาสา 4 ปี เรียนฟรีเมื่อปลดประจำการพร้อมมีงานรองรับ
บนเวทีปราศรัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงปัญหาสำคัญที่ขัดขวางการลงทุนจากนักลงทุนระดับโลก
โดยชี้ชัดว่า "การทุจริตคอร์รัปชัน" คือสาเหตุหลักที่ทำให้ไทยพลาดโอกาสทางเศรษฐกิจ นักลงทุนต่างชาติปฏิเสธการลงทุนเพราะไม่ต้องการจ่ายเงินใต้โต๊ะ และขาดความมั่นใจในระบบการแข่งขันที่เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนที่มีสายสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจ
นายอภิสิทธิ์ระบุว่า ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานหรือทักษะบุคลากรยังเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ง่ายด้วยงบประมาณและการบริหารจัดการ แต่ปัญหาความซื่อสัตย์คือเรื่องที่น่าอับอายที่สุดเมื่อต่างชาติมองว่าไทยเต็มไปด้วยการโกง ซึ่งนี่ไม่ใช่พฤติกรรมของคนทั้งประเทศ แต่เป็นคนกลุ่มเล็กๆ ที่กำลังทำลายอนาคตของลูกหลานไทย
นอกจากนี้ นายอภิสิทธิ์ยังได้กล่าวถึงนโยบายประชานิยมอย่าง "โครงการคนละครึ่ง" โดยชี้ให้เห็นความจริงจากการลงพื้นที่ตลาดว่า แม้โครงการจะช่วยให้เงินหมุนเวียนและเป็นที่ชื่นชอบ แต่ต้องตั้งคำถามถึงความยั่งยืนว่า หากโครงการนี้สามารถเนรมิตเศรษฐกิจให้ก้าวหน้าได้จริง เหตุใดเมื่อจบโครงการ ประชาชนยังคงต้องเรียกร้องขอใหม่ไม่สิ้นสุด ซึ่งสะท้อนว่าไม่ใช่ทางออกระยะยาวของประเทศ
ในช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ได้เผยถึงความรู้สึกตื้นตันจากการลงพื้นที่หาเสียง ทั้งเหตุการณ์ที่ชายสูงวัยเข้ามากอดร้องไห้ขอบคุณที่กลับมาช่วยประเทศ และเด็กสาวที่วิ่งมาขอบคุณนโยบายเรียนฟรี สิ่งเหล่านี้ทำให้ตนตระหนักว่าการทุ่มเทตลอด 30 ปีที่ผ่านมานั้นคุ้มค่า และพร้อมจะแบกรับภาระความรับผิดชอบอันหนักอึ้งนี้เพื่อนำพาประเทศไปสู่ทางรอดที่มั่นคงต่อไป


