ปราศรัยครั้งสุดท้าย! "ไอซ์ รักชนก" สาบาน จะปกป้องความหวังของประชาชน
"ไอซ์ รักชนก" ปราศรัยปิดท้ายปลุกพลังประชาชนเลือกพรรคประชาชน พร้อมสาบานอุทิศตนทำงานซื่อสัตย์หวังพาประเทศพ้นอำนาจเก่าสู่ความเจริญแบบสากล
6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แคมเปญ “ประชาชนเปลี่ยนประเทศ” ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
ปัญหาชาติไม่ใช่เรื่อง "บุญกรรม" แต่คือ "เจตจำนงการเมือง"
นางสาวรักชนก ระบุว่า ปัญหาสังคมที่ประชาชนเผชิญ ทั้งยาเสพติด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ฝุ่น PM 2.5 และสวัสดิการที่จำกัด ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาหรือบุญกรรม แต่เกิดจากการที่ไทยมีรัฐบาลที่ไร้ความสามารถและขาดเจตจำนงในการแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยย้ำว่าหากมีรัฐบาลที่มีความตั้งใจ ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ผ่านการปฏิรูประบบการศึกษา การจัดการมลพิษ และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น
"การเปลี่ยนแปลงไม่น่ากลัว" ยันแค่ต้องการคุณภาพชีวิตปกติ
นางสาวรักชนกกล่าวว่า ความเปลี่ยนแปลงที่พรรคประชาชนนำเสนอ คือสิ่งที่ประเทศเจริญแล้วพึงมี แต่กลับถูกฝ่ายอนุรักษ์นิยมบิดเบือนว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัว ทั้งที่ความจริงคือการสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ไม่มีทุนใหญ่ขูดรีด และเด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาได้โดยไม่หลุดออกจากระบบ
วิจารณ์ขบวนการทลายความหวัง-ตอกกลับประเด็นซื้อเสียง
ในการปราศรัยมีการพาดพิงถึงกรณีการยุบพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล รวมถึงการตัดสิทธิ์ทางการเมืองของอดีตผู้นำพรรค โดยนางสาวรักชนกตั้งคำถามว่าความผิดของพวกตนคือการอยากเห็นประเทศหลุดพ้นจากระบบอำนาจเก่าใช่หรือไม่ พร้อมโต้ตอบกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ระบุว่าทุกพรรคซื้อเสียง โดยยืนยันว่าพรรคประชาชนทำงานตรงไปตรงมาและไม่มีพฤติกรรมดังกล่าว
สาบานปกป้องความหวังประชาชน-หนุน"ณัฐพงษ์" นำทัพ
นางสาวรักชนกได้กล่าวคำสาบานบนเวทีว่า ตราบเท่าที่มีชีวิตและปฏิบัติหน้าที่ สส. จะทุ่มเททำงานเพื่อปกป้องความฝันและความหวังของประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอแรงสนับสนุนให้เลือกพรรคประชาชนในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อส่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เข้าบริหารประเทศ
"ขอสัญญาว่ารัฐบาลเราจะตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่โกงกิน ไม่คอร์รัปชัน อุทิศกายและใจเพื่อให้แผ่นดินนี้พบความสุขความเจริญ และยืนหยัดได้อย่างสง่างามในระดับสากล" นางสาวรักชนก กล่าวทิ้งท้าย


