เลือกตั้ง69:กางพิมพ์เขียวกองทัพชู'เป็นกลาง'ห้ามกำลังพลยุ่งคูหา-หีบบัตร
กองทัพบกขยับรับเลือกตั้ง 69 ชูนโยบาย 'เป็นกลาง' สั่งห้ามกำลังพลยุ่งเกี่ยวคูหา-หีบบัตร ด้าน กลาโหมปัดข่าวลือช่วยพรรคการเมือง ยอมรับคุมหน่วยล่างลำบาก
KEY
POINTS
- กองทัพประกาศนโยบายเป็นกลางในการเลือกตั้งปี 2569 โดยสั่งห้ามใช้หน่วยทหารเป็นคูหาเลือกตั้ง และห้ามกำลังพลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหีบบัตรหรือทำหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้ง
- ยืนยันให้สิทธิกำลังพลในการเลือกตั้งเป็นไปตามดุลยพินิจส่วนบุคคลอย่างอิสระ ปราศจากการชี้นำหรือคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา
- กระทรวงกลาโหมปฏิเสธข่าวลือเรื่อง "ใบสั่ง" ช่วยเหลือพรรคการเมือง โดยยืนยันว่าไม่มีนโยบายสั่งการในระดับบนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใด
การขยับตัวของกองทัพท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรงมักถูกจับจ้องเสมอ โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง ล่าสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้วางมาตรการเข้มเพื่อพิสูจน์ความ "เป็นกลาง" ของกองทัพผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลักที่มุ่งเน้นการตัดวงจรความแคลงใจจากสังคม
1. ตัดตอนพื้นที่สีเทา: ห้ามยุ่งเกี่ยวคูหา-หีบบัตร
มาตรการที่เป็นรูปธรรมที่สุดในครั้งนี้ คือการสั่ง "ปิดประตูหน่วยทหาร" ไม่ให้ใช้เป็นสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อลบภาพจำการครอบงำการลงคะแนนในค่ายทหาร นอกจากนี้ยังสั่งห้ามกำลังพลเข้าปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และห้ามแตะต้องหีบบัตรเลือกตั้งโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการทุจริตหรือการใช้บทบาทหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
2. สิทธิส่วนบุคคลเหนือคำสั่งผู้บังคับบัญชา
กองทัพบกเน้นย้ำว่า การไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือลงประชามติของกำลังพลต้องเป็นไปตาม "ดุลยพินิจส่วนบุคคล" ปราศจากการชี้นำหรือการออกคำสั่งลับจากผู้บังคับบัญชา โดยเปิดกว้างให้ทหารเลือกพรรคที่ชอบตามเจตจำนงเสรีในฐานะพลเมือง
3. กลาโหมเคลียร์ชัดข่าวลือ "ใบสั่ง"
ด้าน พล.อ.ณัฐพงษ์ นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ได้ออกโรงดับกระแสข่าวลือเรื่องคำสั่งช่วยพรรคภูมิใจไทย โดยระบุชัดว่าในระดับนโยบายไม่มีการสั่งการ และมองว่ากองทัพยุคใหม่ "สั่งยาก" อย่างไรก็ตาม รมว.กลาโหม ยังทิ้งประโยคที่น่าสนใจว่า "แต่กับทหารหน่วยไหนไม่ทราบ" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการควบคุมการปฏิบัติงานของหน่วยระดับล่างในพื้นที่ห่างไกล
บทวิเคราะห์: ช่องว่างที่ยังรอการพิสูจน์
แม้กองทัพจะวางมาตรการป้องกันไว้อย่างรัดกุม แต่สิ่งที่ยังขาดหายไปคือ "บทลงโทษที่ชัดเจน" สำหรับผู้ฝ่าฝืน มาตรการส่วนใหญ่เน้นไปที่การป้องปรามและขอความร่วมมือจากนักการเมืองให้หยุดพาดพิงกองทัพ ซึ่งโฆษกกองทัพบกมองว่าการหาเสียงด้วยการโจมตีทหารเป็นวิธีแบบเดิมที่ไม่สร้างสรรค์
ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ได้อยู่ที่นโยบายแต่อยู่ที่ว่ากองทัพจะสามารถกำกับดูแล "หน่วยระดับล่าง" ไม่ให้แอบแฝงปฏิบัติการใต้ดินได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศการแข่งขันโค้งสุดท้ายการหาเสียงที่ดุเดือดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


