พิชัยแจงสื่อนอกดร.เชนช่วยดันคะแนนเสียง นโยบายเพื่อไทยแก้เศรษฐกิจได้จริง
พิชัยชี้นโยบายเศรษฐกิจเพื่อไทยแก้ปัญหาได้จริง ด้าน เชน ยศชนัน ช่วยดันคะแนนเสียง ระบุโมเดลเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนเพิ่มรายได้ภาษี ย้ำเดินหน้าเจรจาลดภาษี โดนัลด์ ทรัมป์ เหลือ 19% พร้อมย้ำความสัมพันธ์ไทย–สหรัฐยังแข็งแรง
KEY
POINTS
- พิชัยยืนยันว่านโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยสามารถแก้ปัญหาได้จริง โดยให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนเพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน
- นำเสนอนโยบายเด่น เช่น "สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน" เพื่อเพิ่มการจัดเก็บภาษีโดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมมูลค่าสูงเพื่อเพิ่มค่าแรง
- ยกความสำเร็จในการเจรจาลด "ภาษีทรัมป์" ในอดีต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าพรรคสามารถเจรจาการค้ากับต่างประเทศเพื่อผลประโยชน์ของไทยได้
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ กับ Channel News Asia ที่พรรคเพื่อไทยว่า นโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ โดยนโยบายที่ต้องเร่งทำคือการแก้ไขปัญหาหนึ้ โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงเกือบ 90% ของจีดีพี ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันอย่างมาก
ที่ผ่านมา แม้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะสามารถทำให้ ภาพรวมทางเศรษฐกิจของไทยฟื้นขึ้นมาก โดยในปี 68 การส่งออกขยายเพิ่มได้ถึง 12.93% และ การขอส่งเสริมการลงทุนพุ่งถึง 1.87 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ประชาชนจะยังไม่ได้รู้สึกดีขึ้นทันที
ทั้งนี้เพราะหนี้ที่มีอยู่สูง ดังนั้นนโยบายการแก้หนี้จึงเป็นความสำคัญเร่งด่วน โดยมีการช่วยประชาชน 5 กลุ่ม ซึ่งหากสามารถแก้ไขเรื่องหนี้เหล่านี้ได้ เศรษฐกิจจะขยายขึ้นอีกมาก ทั้งนี้ต้องเร่งให้มีการส่งออกและการลงทุนมากขึ้น ซึ่งหากการส่งออกและการลงทุนขยายตัวในระดับสูงแบบนี้ไปอีกหลายปีเศรษฐกิจไทยจะฟื้นแน่
สำหรับเรื่องการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนนั้น ขออธิบายว่านโยบายนี้เป็นวิธีการที่ชาญฉลาดในการหาทางเก็บภาษีแวตให้ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขึ้นอัตราภาษีแวต ในหลายประเทศประสพความสำเร็จโดยเฉพาะที่ได้หวันที่สามารถเก็บภาษีแวตได้เพิ่มขี้น 15-20% ทุกปี มีพรรคอื่นเสนอแนวคิดหวยใบเสร็จ ซึ่งต้องใช้เงินมากกว่ามากแต่คนไม่เข้าใจ แต่นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ประชาชนเข้าใจทันที และเชื่อว่าโดนใจประชาชนมาก
ในเรื่องค่าจ้างแรงงาน พรรคเพื่อไทยเชื่อว่าหากประเทศไทยสามารถสร้างอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง เช่น Semiconductors, PCB, EV, Electronics, พลังงานสะอาด, Data Center, Ai ฯลฯ ค่าจ้างแรงงานจะเพิ่มขึ้นสูงเอง และเมื่อไทยเป็นประเทศรายได้สูงได้ ประชาชนและแรงงานจะมีรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก
ส่วนเรื่องภาษีทรัมป์นั้น เป็นที่ทราบดีว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยเป็นผู้ไปเจรจาทำให้ภาษีทรัมป์ลดลงจาก 36% เป็น 19% ซึ่งเท่าๆกับประเทศคู่แข่งทำให้การส่งออกของไทยยังคงรักษาระดับได้ขนาดเดือนกันยายนยังขยายได้ 19% และ เดือนธันวาคมขยายได้ 16.8% ส่งออกทั้งปี 68 ขยายได้ 12.93% หลังจากปี 67 ขยายแล้ว 5.4%
ทั้งนี้ ต้องให้เครดิตข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวง, เหล่าอธิบดี และ ทีมงาน ที่ทำงานกันอย่างหนักเพื่อเจรจาต่อรองจนสำเร็จ
ด้วยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและสหรัฐ โดยที่ตนเองได้พบกับ USTR Jamieson Greer ถึง 2 ครั้ง และได้พบกับสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐที่รู้จักกันมานานหลายท่าน เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยสามารถเจรจาการค้ากับสหรัฐไปได้ด้วยดี และหวังว่าจะสามารถลดภาษีทรัมป์ลงได้ในอนาคต ดังนั้น จึงขอให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถเจรจาให้เสร็จได้แน่นอน เหมือนที่ทำสำเร็จมาแล้วกับกลุ่มประเทศ EFTA


