PostTalk Ep.7 อรรถวิชช์ รทสช. ขออาสาสานต่อภารกิจลดราคาพลังงาน
PostTalk Ep.7 รวมไทยสร้างชาติ ขออาสากลับมา สานต่อภารกิจลดราคาพลังงาน อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ
KEY
POINTS
- นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เผยว่าพรรครวมไทยสร้างชาติเคยลดค่าไฟฟ้าได้สำเร็จแล้ว 76 สตางค์ หรือ 16% ในสมัยที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- พรรคตั้งเป้าหมายที่จะสานต่อภารกิจลดราคาพลังงาน โดยมีเป้าหมายลดราคาน้ำมันดีเซล-เบนซิน ให้เหลือ 25 บาทต่อลิตร และลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.3 บาทต่อยูนิต
- พรรครวมไทยสร้างชาติแสดงความต้องการที่จะกลับมาบริหารกระทรวงพลังงานอีกครั้ง เพื่อผลักดันนโยบายด้านพลังงานที่วางไว้ให้สำเร็จ และพร้อมที่จะร่วมงานกับทุกรัฐบาล
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐ ให้สัมภาษณ์ในรายการ PostTalk โดยกล่าวถึงจุดยืนชองพรรครวมไทยสร้างชาติขณะนี้ว่า เป็นพรรคที่มีการวางแนวทางชัดเจน เรื่องของความเด็ดขาดในการพลิกโฉมประเทศและ ซื่อสัตย์ต่อ ฐานเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะฉะนั้นทิศทางของเราต้องมั่นคงและชัดเจน ส่วนจุดเด่นของพรรครวมไทยสร้างชาติรวมนี้นั้นคือเรา มีความคมในทุกนโยบาย และเชื่อมั่นว่าเป็นนโยบายที่พรรคอื่นก็ความก้ำกึ่ง เช่นเรื่องของการพิทักษ์เอกราช ในการสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เราต้องการยกเลิกMOU43-44 เพราะหากไม่ยกเลิกจะสร้างรั้วกั้นได้อย่างไร บางคนบอกจะสร้างรั้วกั้นแต่ไม่ยกเลิก MOU43-44 ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะฉะนั้น
เราจึงมองว่าควรเลิกMOU เหล่านี้ รวมไปถึงเรื่องของการสร้างขวัญกำลังใจกองทัพ ให้ชัดเจนว่าเมื่อออกรบทุกรอบรับเงิน 200,000 บาทออกครบ2รอบรับ 400,000 บาท ใครเกณฑ์ทหารในช่วงเมษายนนี้รับไปเลย 30,000 บาท เพราะในหนึ่งปีโดยเฉลี่ยมีคนเข้าเกณฑ์ทหารอยู่จำนวน 80,000 คน หากเราจ่ายให้คนละ 30,000 บาท รวมเป็นเงิน 2,400,000,000 บาท และในช่วงเวลานี้ตนมองว่าเป็นเวลาที่สมควรและชื่อว่าประชาชนก็คงเห็นด้วยเพราะทุกคนคงเห็นแล้วว่าตอนนี้ทหารมีไว้ทำอะไรซึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องตัดสินใจ คือเรื่องของ จุดยืนเรื่องเอกราช เราชัดเจน
ขณะที่ “เรื่องพิฆาตคนชั่ว” ขณะนี้ก็ยังไม่มีพรรคการเมืองใดที่เสนอในเวทีดีเบตต่างๆในเรื่องของโทษประหารชีวิตสำหรับผู้กระทำผิดด้านการทุจริต สำหรับข้าราชการและนักการเมืองซึ่งเป็นพรรคเดียวที่พูดถึงเรื่องนี้ ส่วนเรื่องโทษความผิดของการปราบปรามด้านแสกมเมอร์ โทษสูงสุดก็คือประหารชีวิตเช่นกัน
ส่วนนโยบายเรื่องของพลังงานที่เราเคยทำไปแล้วซึ่งเราสามารถลดค่าไฟได้แล้วกว่า 76 สตางค์ 16% และเมื่อ2 ปีที่แล้วกับ ณ วันนี้ตนเชื่ออย่างยิ่งว่าประชาชนรู้สึกได้ว่าบิลค่าไฟที่บ้านนั้นถูกลงเพียงแต่เรา(รวมไทยสร้างชาติ) ไม่เคยออกมาพูดว่า ในทุกๆ4เดือนตอนนั้นเราจะลดค่าไฟให้ประชาชนทีละ5-3 สตางค์ ที่ผ่านมาประชาชนจึงรู้สึกเหมือนว่าไม่มีอะไร แต่ตลอดระยะเวลาที่ตนและ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ ณ เวลานั้น เป็น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำกันมาคือลดราคาทั้งหมด 16% และที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐมนตรีคนไหนทำได้เท่านี้ ค่าแก๊สก็ลดลง รวมถึงค่าน้ำมัน ที่เราตั้งเป้าว่าจะลดเหลือน้ำมัน ดีเซล - เบนซิน เหลือ 25บาท/ลิตร ส่วนเรื่องการเกษตรเราก็จะทำราคาปุ๋ยให้เหลือเพียงกระสอบละ 500 บาท เพิ่มเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุและผู้พิการอีก 1500 บาท
และยังมีนโยบายให้กับนักศึกษา ที่กู้ กองทุน กยศ. โดยจะไม่มีการบังคับคดีแล้วแต่จะให้เด็กเหล่านี้มาทำงานที่กระทรวงใดก็ได้ กระทรวงหนึ่งซึ่งสามารถเลือกได้ และหักรายได้ จากเงินเดือน เดือนละ 10,000 - 12,000 บาท ซึ่งเป็นวิธีคิดที่เรามองว่าเราไม่ได้ไปทำร้าย นักศึกษาที่กู้กยศ.
นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ นิยามพรรครวมไทยสร้างชาติว่า เป็นพรรคการเมืองที่ คนส่วนใหญ่มักจะจำภาพของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ตนไม่ได้มาพรรคนี้ตอนที่ยังมี พลเอกประยุทธ์อยู่ในพรรค ซึ่งตนมาอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติได้เพียงระยะเวลาปีกว่าเท่านั้น และย้ายมาเพราะ ผู้ชายที่ชื่อนายพีระพันธุ์ ก่อนหน้านี้ตนยอมรับว่าตนเป็นหนึ่งคนที่เคยวิจารณ์นโยบายพลังงาน ช่วงก่อนหน้านี้ แต่ตนเห็นนายพีระพันธุ์ เดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งตนคิดว่าหาก ยังเดินแบบนี้คงได้มีแต่ปัญหากับกลุ่มทุนแน่ และนายพีระพันธุ์ จะโดดเดี่ยว จากความเด็ดเดี่ยวของตัวนายพีระพันธุ์ ตนจึงตัดสินใจมาร่วมด้วย และยอมใช้ชีวิตการเมืองของตนร่วมกับนายพีระพันธุ์ เพราะความโดดเดี่ยวเพราะฉะนั้นตนมองพรรคไทยสร้างชาติ คือ"ความเด็ดขาด" เราไม่ได้มาเล่นๆและเรามาทำงาน
อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งรอบนี้เรายังคงหวังจำนวนเก้าอี้สส. ในสภาเท่าจะเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม รอบนี้เราไม่ได้ส่งสส.เขต ครบทุกเขต สาเหตุเป็นเพราะ สส.จำนวน36คน ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ช่วงก่อนยุบสภา ก็เริ่มมีการประกาศย้ายพรรค จนทำให้เราเหลือเพียงแค่ สส.จำนวน3คนเท่านั้น ก่อนยุบสภาจึงทำให้ ระบบคัดสรรผู้สมัครมายังกรรมการบริหารพรรค นั้นทำไม่ทัน จึงทำให้เราส่งผู้สมัครมากกว่านี้ไม่ได้เนื่องจากคนเก่านั้นถอนตัวช้า
ส่วนเรื่องจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติครั้งนี้นั้น นายอรรถวิชช์ ย้ำชัด ว่า หลายพรรคการเมืองในประเทศตอนนี้ยังจุดยืนไม่ชัดเจน ยกเว้นพรรคประชาชนที่มีจุดที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้อยู่แล้วนั้น ซึ่งตนมักจะขึ้นพูดในเวทีดีเบตต่างๆว่า “ ไม่เห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขีดเส้นใต้ 500 ครั้งไม่เห็นชอบ” แต่หากจะแก้เป็นรายมาตราแก้ได้
อย่างไรก็ตามจุดยืนเราชัดเจนว่าการจะทำงานตามนโยบายได้นั้นจำเป็นที่จะต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเพราะถือเป็นเรื่องหลักในการทำงาน และเราก็ขอย้ำว่าเราพร้อมที่จะร่วมกับทุกรัฐบาล แต่สุดท้ายก็ต้องดูว่าพระแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเค้าจะเลือกเราเข้าไปร่วมด้วยหรือไม่ เพราะจุดยืนเราชัดเจนอย่างมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาพลังงานที่เราชนกับกลุ่มทุนพลังงาน
เพราะฉะนั้นเราไม่สร้างเงื่อนไขในการร่วมรัฐบาล และเรายังคงอยากได้กระทรวงพลังงานกลับมาดูแลเนื่องจากมองว่าใกล้ถึงฝั่งฝันแล้ว ตอนนั้นเราทำได้4.7บาท/ยูนิต แต่เป้าหมายเราคือ 3.3บาท/ยูนิต ซึ่งเรามั่นใจว่าเราทำได้ รวมถึงราคาน้ำมัน 25 บาทเราก็มั่นใจว่าเราสามารถทำได้ แน่นอน


