posttoday

เงินทุนไหลเข้า หนุนดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน “ร้อนแรงอย่างมาก”

04 กุมภาพันธ์ 2569

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย.69) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” จับตาแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้า การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของเฟด ส่วนความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยังเป็นปัจจัยฉุด

KEY

POINTS

  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย. 69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่เกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37
  • ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นที่สำคัญที่สุดคือกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ
  • ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ อยู่ในระดับ “ร้อนแรงอย่างมาก ขณะที่นักลงทุนรายย่อย กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนสถาบัน อยู่ในระดับ “ร้อนแรง”

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมกราคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 มกราคม 2569)  พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เมษายน 2569) ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” ที่ระดับ 165.37 

ผลสำรวจเดือนมกราคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่มขึ้น 26.3% อยู่ที่ระดับ 129.66 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ปรับเพิ่มขึ้น 7.1% อยู่ที่ระดับ 150.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ปรับลดลง 8.3% อยู่ที่ระดับ 122.2 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ทรงตัว อยู่ที่ระดับ 200.00 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”

ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ สถานการณ์การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) 

ในขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมา คือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน

ขณะเดียวกัน หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ผลสำรวจในเดือนมกราคม 2569

ครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 1,230–1,285 จุด ก่อนจะปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,300 จุดในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากกระแส “Sell America” ที่นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ จากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่า ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย 

โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ 1,325.62 ปรับขึ้น 5.24% จากเดือนก่อนหน้า และปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท 

ทางด้านปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อ บจ. ไทยโดยเฉพาะในกลุ่มส่งออกและนำเข้า  ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออก-เข้าในตลาดหุ้นเกิดใหม่  ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านซึ่งหนุนราคาพลังงานและเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก  

ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ยังต้องติดตามประเด็นการเมืองซึ่งเป็นตัวแปรหลัก ทั้งผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชามติรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะโตต่ำเพียง 1.5-1.8% ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

ข่าวล่าสุด

MEDEZE แจ้งเตือน! ระวังโฆษณาปลอมแอบอ้างชื่อแบรนด์ ลวงเข้าเว็บอื่น