นันทนา จี้ กกต. แก้ข้อบกพร่องเลือกตั้ง หวั่น มีข้อผิดพลาด 8ก.พ. นี้
สว.นันทนา วอน กกต. ย้ำเจ้าหน้าที่กกต. ให้ ความรู้และรณรงค์ ให้ ปชช. ลงคะแนนประชามติ เหตุกังวล ปชช. อาจถูก ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง2ปี โดยไม่รู้ตัว
KEY
POINTS
- ส.ว. นันทนา และคณะกรรมาธิการฯ เรียกร้องให้ กกต. แก้ไขข้อบกพร่องเชิงระบบในการจัดการเลือกตั้ง เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นและป้องกันความผิดพลาด
- ชี้ปัญหาสำคัญที่ต้องแก้ไขเร่งด่วน คือ ความเสี่ยงจากการเขียนรหัสหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าด้วยลายมือ, หมายเลขผู้สมัครที่สร้างความสับสน และปัญหาบัตรเสียจำนวนมาก
- เสนอให้ กกต. ปรับปรุงกระบวนการโดยใช้บาร์โค้ดแทนการเขียนด้วยมือ, เพิ่มความโปร่งใสในการเปิดเผยผลคะแนน และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิเลือกตั้ง
นางสาวนันทนา นัทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา พร้อมกับคณะกรรมาธิการการพัฒนาเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงข่าว ข้อเรียกร้องจากการศึกษาเรื่อง "แนวทางการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม (Free and Fair Election)" เพื่อปกป้องเจตจำนงของประชาชนและฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญสูงสุดในการถ่ายโอนอำนาจอธิปไตยจากประชาชนไปสู่ผู้แทน และเป็นรากฐานของความชอบธรรมในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พบว่ากระบวนการจัดการเลือกตั้งของประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างด้านกฎหมาย ระเบียบ และการปฏิบัติงานของหน่วยงานรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสุจริต ความเป็นธรรม และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ
คณะกรรมาธิการฯ จึงได้ดำเนินการศึกษาเรื่อง "แนวทางการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม (Free and Fair Election)" โดยมีเป้าหมายเพื่อระบุความเสี่ยงเชิงระบบ เสนอแนวทางลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ เพิ่มความโปร่งใสด้วยกลไกที่ตรวจสอบได้ และขยายการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกขั้นตอนของกระบวนการเลือกตั้ง ในการจัดทำรายงานฉบับนี้ คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้จัดประชุม รับฟังความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนข้อเสนออย่างต่อเนื่องจากภาคส่วนที่หลากหลาย ได้แก่ นักวิชาการ ด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ผู้แทนพรรคการเมือง ภาคประชาสังคม อาสาสมัครสังเกตการณ์เลือกตั้ง และกลุ่มผู้พิการ เพื่อสะท้อน ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริงในภาคสนาม ควบคู่กับการวิเคราะห์กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ระเบียบ และแนวปฏิบัติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อค้นหาช่องว่างเชิงระบบที่นำไปสู่ความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้ง
นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเสวนาเผยแพร่ความรู้และขยายการรับรู้ของประชาชน ซึ่งมีความบกพร่องคือ ความเสี่ยงเชิงระบบจากการเขียนรหัสหน้าซองบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าด้วยลายมือ จากกรณีการเลือกตั้ง ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาพบความผิดพลาดในการเขียนรหัสหน้าของบัตรเลือกตั้งในหลายพื้นที่ ต่อมาเฟซบุกของ iLaw ได้เผยแพร่ข้อมูลรหัสเขตเลือกตั้ง ซึ่งถูกแชร์มากกว่า 1 ล้านครั้งภายในเวลาอันสั้น สะท้อนถึงความกังวลและความไม่ไว้วางใจของสังคมต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง การให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เขียนรหัสเขตเลือกตั้งด้วยลายมือลงบนซองบัตรเลือกตั้ง ล่วงหน้า เป็นจุดเสี่ยงสำคัญหากเขียนผิดเพียงตัวเดียว บัตรอาจถูกส่งไปผิดเขตหรือถูกวินิจฉัยเป็นบัตรเสียตามระเบียบ ซึ่งเท่ากับเป็นการทำลายเสียงของประชาชนอันเกิดจากความบกพร่องของระบบรัฐ การเลือกตั้งในอนาคตต้องปรับเปลี่ยนระบบรหัสหน้าซองบัตรเลือกตั้ง ยกเลิกการเขียนด้วยลายมือ และใช้ระบบบาร์โค้ดหรือสติกเกอร์พิมพ์รหัส อัตโนมัติ เพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error)
ต่อมาคือระบบหมายเลขผู้สมัครที่ก่อให้เกิดความสับสนแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งการใช้หมายเลขผู้สมัครแบบแยกระหว่างการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ เป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยเกิดความสับสน และมีความเสี่ยงที่จะลงคะแนนไม่ตรง
ส่วนปัญหาบัตรเสียสูงและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ข้อมูลจากการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเลือกตั้งปี 2562 พบว่ามีบัตรเสียในอัตราสูงผิดปกติ ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดมาตรฐานเดียวกันในการวินิจฉัยบัตรดีและบัตรเสีย ทำให้การตัดสินใจขึ้นอยู่กับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเสมอภาคของคะแนนเสียงประชาชน ทั้งนี้ ในการประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมาธิการฯ กับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ รับปากในที่ประชุม ว่าจะนำประเด็นปัญหาบัตรเสียไปดำเนินการ ศึกษาวิจัยและพิจารณาเป็นการเฉพาะเพิ่มเติม เพื่อหาแนวทางปรับปรุงมาตรฐานการวินิจฉัยบัตรเลือกตั้งให้มีความชัดเจนและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
รวมถึงความไม่โปร่งใส่ในการเข้าถึงข้อมูลผลการเลือกตั้ง การเผยแพร่ผลคะแนนเลือกตั้งยังขาดความเป็นระบบ และไม่ได้อยู่ในรูปแบบข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้าถึง ตรวจสอบ และนำไปวิเคราะห์ได้อย่างสะดวก ส่งผลให้การตรวจสอบจากภาคประชาชนและนักวิชาการทำได้อย่างจำกัด
ส่วนข้อสุดท้ายคือ ข้อจำกัดในการเข้าถึงสิทธิเลือกตั้งของประชาชนบางกลุ่ม คณะกรรมาธิการฯ พบอุปสรรคในการใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เช่น จำนวนหน่วยเลือกตั้งไม่เพียงพอ ข้อจำกัดของแรงงานและประชากรแฝง รวมถึงความล่าช้าในการส่งบัตรเลือกตั้งจากนอกราชอาณาจักร ซึ่งมักนำไปสู่การวินิจฉัยบัตรเสียจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ใช้สิทธิ
ซึ่งคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ขอเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในประเด็นที่สามารถทำได้ทันที เร่งประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งอย่างเข้มข้นและเข้าถึงทุกกลุ่มประชาชนให้ข้อมูลที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และหลากหลายแบบโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ แรงงาน และประชาชนที่ใช่สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า เพื่อให้สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ
เผยแพร่ผลคะแนนเลือกตั้งอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วยเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนสามารถร่วมตรวจสอบและติดตามความถูกต้องของกระบวนการนับคะแนนได้รวมทั้งเปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีการเขียนรหัสหน้าของบัตรเลือกตั้งผิดพลาด ชี้แจงข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา
สาเหตุ ขอบเขตของปัญหา และแนวทางจัดการกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อำนวยความสะดวกให้เกิดการสังเกตการณ์เลือกตั้งอย่างทั่วถึง สนับสนุนและเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชน องค์กรอิสระและอาสาสมัครสังเกตการณ์ สามารถเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งในทุกหน่วยเลือกตั้งได้อย่างเสรีและปลอดภัย และหาแนวทางในการติดตั้งกล้องในคูหาเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง
นางสาวนันทนายังกล่าวอีกว่า คณะกรรมาธิการๆ ขอยืนยันว่า คะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน และต้องได้รับความคุ้มครอง สูงสุด ตั้งแต่วินาทีที่ออกจากคูหาไปจนถึงการนับคะแนน คณะกรรมาธิการฯ จะติดตามการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะไม่ยอมให้ความบกพร่องเชิงระบบใด ๆ มาบ่อนทำลายหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย


