มติกกต.ลงดาบตัดสิทธิ์ 28 ผู้สมัครสส.ส่อเลือกตั้งซ้ำงบละลาย
กกต. มติเอกฉันท์ยื่นศาลฎีกาถอนชื่อ 28 ผู้สมัคร สส. ปมขาดคุณสมบัติไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ด้าน 'สมชัย-คมสัน' ประสานเสียงอัดยับทำงานล่าช้า-บริหารจัดการห่วย หวั่นทำเลือกตั้งโมฆะ
KEY
POINTS
- กกต. มีมติยื่นศาลฎีกาถอนชื่อผู้สมัคร สส. 28 ราย เนื่องจากขาดคุณสมบัติจากการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งก่อน
- หากผู้สมัครดังกล่าวชนะเลือกตั้ง กกต. จะไม่รับรองผลและต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณ
- อดีต กกต. วิจารณ์การทำงานที่ล่าช้าในการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบได้ง่ายและรวดเร็ว แต่กลับปล่อยให้เกิดความเสี่ยงต้องเลือกตั้งซ้ำ
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เพิ่มเติมอีก 28 ราย จากหลายพรรคการเมือง เนื่องจากตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลที่ถูกจำกัดสิทธิทางการเมือง เพราะไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา และไม่ได้แจ้งเหตุจำเป็นตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561
ผลกระทบที่ตามมา หากศาลฎีกามีคำสั่งถอนชื่อไม่ทันก่อนวันเลือกตั้ง (8 ก.พ. 2569) ผู้สมัครกลุ่มนี้ยังคงมีสถานะตามกฎหมาย แต่หากชนะเลือกตั้ง กกต. จะไม่ประกาศรับรองผล และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นทันที
นอกจากนี้ กกต. เตรียมดำเนินคดีอาญาข้อหารู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติแต่ยังสมัคร ซึ่งมีโทษทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงหัวหน้าพรรคที่เซ็นรับรองอาจต้องรับผิดด้วย
"สมชัย" อัด กกต. ทำนิวไฮ-งบประมาณไม่ใช่ของเล่น
รศ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์วิจารณ์การทำงานของกกต.ว่าเป็นการทำ "นิวไฮประจำวัน" เนื่องจากเรื่องการไม่ไปใช้สิทธิเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ได้เพียงไม่กี่วินาที แต่กลับปล่อยเวลาล่วงเลยมากว่าเดือนจนเหลือเพียง 5 วันก่อนเลือกตั้ง พร้อมตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของงบประมาณหากต้องจัดเลือกตั้งใหม่เพราะความล่าช้าในการตรวจสอบ
จี้เลิกระบบเขียนมือ-ใช้เทคโนโลยีคัดแยกบัตร
นอกจากปัญหาคุณสมบัติ รศ.สมชัย ยังชี้ถึงความบกพร่องในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1ก.พ.2569 ที่ใช้การเขียนลายมือบนซองบัตร ซึ่งเสี่ยงต่อการคัดแยกผิดพลาดจนเจตจำนงประชาชนสูญหาย โดยเสนอให้ใช้ระบบสติกเกอร์บาร์โค้ดแบบภาคเอกชน (E-commerce) มาช่วยจัดการ เพื่อลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Human Error)
นักกฎหมายขู่ฟ้องอาญา ม.157
ด้านนายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการกฎหมาย ระบุว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำซากสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่ "ห่วยแตก" หากพบว่าเป็นการเจตนาละเว้นปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ประชาชนเสียสิทธิ หรือไม่ตรวจสอบนโยบายประชานิยมตามที่กฎหมายกำหนด กกต. ทั้งคณะอาจต้องรับผิดทางอาญา พร้อมย้ำว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกระทบต่อความมั่นคงของระบบประชาธิปไตยโดยตรง


