posttoday

หุ้นสื่อไม่ใช่เรื่องเล็ก ศาลฎีกายึดตัวบท “ดร.ณัฏฐ์” ชี้ต้องเคลียร์ก่อนสมัคร

02 กุมภาพันธ์ 2569

กรณีศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิสมัคร สส.ของผู้สมัครราชบุรี เหตุถือหุ้นสื่อมูลค่าไม่ถึง 40 บาท “ดร.ณัฏฐ์” ระบุเป็นบทห้ามเด็ดขาด เคลียร์ตัวเองก่อนลงสนามการเมือง

KEY

POINTS

  • ศาลฎีกายึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัดว่าการถือหุ้นสื่อเป็นข้อห้ามเด็ดขาดสำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน โดยไม่คำนึงถึงจำนวนหรือมูลค่าหุ้น
  • นักกฎหมายชี้ว่าผู้ที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและจัดการโอนหุ้นสื่อให้เรียบร้อยก่อนวันสมัคร โดยศาลจะพิจารณาจากหลักฐานทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ
  • กรณีเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร สส. ที่ถือหุ้นสื่อมูลค่าเพียงเล็กน้อย เป็นบรรทัดฐานว่าศาลตีความตามตัวบทกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะมีหุ้นเพียงหุ้นเดียวในวันสมัครก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ

กรณีศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.ของ “จูน” ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย จากการถือหุ้นบริษัท RS จำนวน 220 หุ้น มูลค่ารวม 37.40 บาท ได้จุดกระแสถกเถียงถึงเกณฑ์การพิจารณาคดีหุ้นสื่อ

ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นว่า การห้ามผู้สมัครถือหุ้นสื่อเป็นบทบัญญัติเด็ดขาด ใช้บังคับทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น มีเป้าหมายแยกการเมืองออกจากสื่อ เพื่อป้องกันการแทรกแซงและผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

ดร.ณัฏฐ์ ระบุว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญปี 2560 ผู้สมัครต้อง “เคลียร์ตนเอง” ก่อนยื่นสมัคร โดยยึดสถานะ ในวันสมัคร ว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการสื่อหรือไม่ การพิจารณาอาศัยทะเบียนผู้ถือหุ้น/หนังสือบริคณฑ์สนธิที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่คำนึงถึงมูลค่าหุ้นหรืออำนาจควบคุมกิจการเป็นหลักในชั้นศาลฎีกา

หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 42 (3) ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเคยวางบรรทัดฐานไว้ชัดว่า แม้ถือหุ้นสื่อเพียงหุ้นเดียวก็เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ทำให้ กกต.มีอำนาจตัดสิทธิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

ในทางปฏิบัติ ศาลรัฐธรรมนูญในบางคดีหลังประกาศผลเลือกตั้ง จะพิจารณาเชิงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่น วัตถุประสงค์การประกอบกิจการที่แท้จริง ยังดำเนินกิจการสื่ออยู่หรือไม่ การถือหุ้นโดยตรงหรือผ่านนอมินี และอำนาจควบคุมกิจการ รวมถึงใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง (หนังสือพิมพ์/วิทยุ-โทรทัศน์จาก กสทช.)

สำหรับคดีเปรียบเทียบ ดร.ณัฏฐ์ ชี้ว่า กรณี ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ศาลฎีกาเคยคืนสิทธิ เพราะถือหุ้นใน “บริษัทลูก” ที่ไม่อาจกำกับบริษัทแม่ได้ ขณะที่กรณี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ศาลพิจารณาว่าบริษัทไม่ได้ประกอบกิจการสื่อแท้จริง จึงไม่เข้าข่าย

แต่ในกรณีของชญานันท์ ผู้สมัครถือหุ้นสื่อในกิจการหลักที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โดยตรง และยังถืออยู่ในวันสมัคร แม้จะอ้างว่ามูลค่าน้อย ลืมถือ หรือไม่มีอำนาจสั่งการ ศาลฎีกายึดการตีความตามตัวบทอย่างเคร่งครัด จึงไม่คืนสิทธิ และไม่ถือเป็นการวินิจฉัยสองมาตรฐาน

ดร.ณัฏฐ์ สรุปบทเรียนว่า ผู้ที่เล่นหุ้นหรือเทรดหุ้น หากประสงค์เข้าสู่การเมือง ต้องตรวจสอบและเคลียร์สถานะให้ชัดเจนก่อนสมัคร เพราะข้อห้ามเรื่องหุ้นสื่อเป็นกติกาที่ชัดและเคร่งครัด

ข่าวล่าสุด

BTS เปิดตัวบ้านชาวไทย คอนโดเริ่ม 1.6 ล้าน ผ่อนถูกกว่าเช่า