posttoday

"ไชยา" ชี้ "กล้าธรรม" แก้ปากท้องคนจน เน้นภาคเกษตรเข้มแข็ง!

01 กุมภาพันธ์ 2569

"ไชยา" ชี้ "พรรคกล้าธรรม" เน้นแก้ปากท้องคนจน ต้องเริ่มจากทำให้ภาคเกษตรเข้มแข็ง! โดยเฉพาะพรรคไม่ต้องการเห็นชาวอีสานต้องอพยพแรงงานออกนอกพื้นที่ ทิ้งบ้านเกิด

เมื่อวานนี้ (วันที่ 31 ม.ค. 2569)  เนชั่นทีวี เปิดเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เพื่อให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง

 

ด้าน นายไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีในฐานะตัวแทนพรรค ระบุถึงนโยบายภาคเกษตรเข้มแข็ง ดังนี้

 

แก้ปัญหาคนจน - ภาคเกษตรต้องเข้มแข็ง

 

นายไชยาชี้ว่า จากคำถามที่ว่าชายแดนยังร้อน ปากท้องคนจนจะแก้อย่างไรนั้น ต้องเริ่มจากการทำให้ภาคการเกษตรมีความเข้มแข็งอย่างแท้จริง

ประเด็นแรก คือ การเข้าถึงแหล่งทุนและสิทธิในที่ดินทำกินของเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ

ประเด็นที่สอง คือ การพัฒนาระบบชลประทานให้มีความทันสมัยและเพียงพอต่อการใช้งานในทุกพื้นที่

ประเด็นที่สาม คือ การลดต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ย ยา และสารกำจัดวัชพืช ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในมือของกลุ่มธุรกิจผูกขาด ทำให้เกษตรกรแบกรับภาระต้นทุนสูง

ประเด็นที่สี่ คือ การแก้ไขปัญหาหนี้สินในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกรรายย่อยและผู้มีรายได้น้อย

 

"ไชยา" ชี้ "กล้าธรรม" แก้ปากท้องคนจน เน้นภาคเกษตรเข้มแข็ง!

 

ทั้งนี้ นายไชยยามองว่าเกษตรกรไม่ได้ต้องการความสงสาร แต่ต้องการกติกาที่เป็นธรรม โดยเฉพาะราคาสินค้าที่ต้องตอบแทนต้นทุนการผลิตเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองและเลี้ยงชีพได้อย่างมั่นคง

นอกจากนี้ ตลาดต้องเป็นตลาดที่ลดการผูกขาดของทุนขนาดใหญ่ เปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยและคนจนสามารถยืนบนขาของตนเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินแจกจากรัฐ แต่ต้องมีรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

 

 

ภาคอีสานต้องไม่อพยพออกนอกพื้นที่ - อยู่ทำงานที่บ้านเกิด

 

นอกจากนี้ นายไชยา ยังได้แสดงวิสัยทัศน์ด้านความมั่นคงของภาคอีสาน โดยเน้นความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงทางสุขภาพ คุณภาพชีวิต และอนาคตของลูกหลาน รวมถึงความมั่นคงทางรายได้ของประชาชน


นายไชยยา ระบุว่า พรรคไม่ต้องการเห็นชาวอีสานต้องอพยพแรงงานออกนอกพื้นที่ ทิ้งบ้านเกิดไปทำงานไกล ซึ่งกลายเป็นปัญหาสังคมในระยะยาว จึงต้องการพัฒนาให้มีงานทำในภาคอีสาน เพื่อให้ประชาชนได้อยู่กับครอบครัวและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

 

โดยมองว่าจุดเริ่มต้นและศักยภาพสำคัญของอีสานอยู่ที่ภาคการเกษตร จึงต้องผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตรในพื้นที่ พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรให้มีมูลค่าเพิ่ม

 

"ไชยา" ชี้ "กล้าธรรม" แก้ปากท้องคนจน เน้นภาคเกษตรเข้มแข็ง!

 

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ที่เชื่อมโยงจีนตอนใต้ผ่านชายแดน รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูงจากหนองคาย ซึ่งไม่ควรเป็นเพียงเส้นทางขนส่งนักท่องเที่ยวและสินค้าจากต่างประเทศเท่านั้น แต่ต้องใช้เป็นช่องทางส่งออกสินค้าเกษตรของอีสานไปสู่ตลาดขนาดใหญ่อย่างประเทศจีน

 

ไชยยา ย้ำว่า ภาคอีสานไม่ควรพึ่งพาการขายข้าวหรือผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปอย่างครบวงจร โดยภาครัฐต้องส่งสัญญาณเชิงนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานในพื้นที่ อยู่กับครอบครัว และสร้างความมั่นคงในชีวิต

 

ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมมีเป้าหมายให้อีสานเป็นภูมิภาคที่พัฒนาอย่างยั่งยืนบนฐานอุตสาหกรรมการเกษตรและการแปรรูป ซึ่งเป็นศักยภาพหลักของพื้นที่

 

 

บริหารประเทศโปร่งใส-ตรวจสอบได้

 

ต่อคำถามเกี่ยวกับปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และแนวทางการบริหารประเทศให้เป็นแบบอย่างของความสุจริตโปร่งใส

 

นายไชยา ระบุว่า เป็นคำถามที่มีคุณค่าต่อคนไทยทั้งประเทศ เพราะเกี่ยวข้องกับการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐบาลในอนาคต โดยปัจจุบันสังคมกำลังตั้งคำถามต่อนักการเมืองทุกพรรคว่า เข้าสู่ตำแหน่งด้วยความสุจริตหรือไม่

นอกจากนี้ กติกาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือจิตสำนึกของนักการเมืองแต่ละคน ซึ่งย่อมรู้ดีว่าตนเองมีความซื่อสัตย์เพียงใด ประเทศไทยต้องการการเมืองที่ตรวจสอบได้ ต้องการรัฐบาลที่มีความโปร่งใส และไม่ต้องการรัฐมนตรีที่มีข้อสงสัยเรื่องความสุจริต

ไชยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดหลายยุคหลายสมัยที่ผ่านมา พบว่าบางคนเมื่อเข้าสู่ตำแหน่งแล้วมีปัญหาเรื่องการบริหารประเทศ เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน มีคดีความ หรือถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่สุดท้ายกลับสามารถกลับมาเป็นนักการเมืองหรือรัฐมนตรีได้อีก ทั้งที่สังคมยังมีข้อกังขา

ตนจึงขอเรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศและทุกพรรคการเมือง ร่วมกันไม่สนับสนุนการเข้าสู่อำนาจด้วยการซื้อเสียงหรือการทุจริต พร้อมเน้นว่า การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากการปฏิเสธพฤติกรรมเหล่านี้อย่างจริงจัง

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการอภิปราย นายไชยยา ย้ำว่า เป้าหมายในอนาคต คือการมีรัฐบาลที่ประชาชนสามารถถ่วงดุลอำนาจได้ เป็นรัฐบาลที่โปร่งใส และเปิดให้ตรวจสอบได้จากสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศสุจริตที่ทุกคนอยากเห็น

 

ข่าวล่าสุด

บางกะปิขึ้นแท่นเขตคนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสูงสุด58,684 คน