เนชั่นทีวี เวทีดีเบตอุดรธานี ถกคอร์รัปชัน–หนี้เกษตร–เศรษฐกิจฐานราก
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง เวที NATION ELECTION 2569 รวมแกนนำพรรคใหญ่ ชูนโยบายสกัดโกง แก้หนี้เกษตร ดันเศรษฐกิจฐานราก พร้อมผลักดันอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการศึกษาอีสาน
KEY
POINTS
- เวทีดีเบตนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาคอร์รัปชัน โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอนและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐให้ประชาชนตรวจสอบ
- พรรคการเมืองชี้ว่าการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อฟื้นฟูกำลังการผลิตก่อนที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม
- มีการเสนอแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านการเพิ่มรายได้เกษตรกร และการอัดฉีดเงินเข้าระบบผ่านนโยบายสวัสดิการเพื่อสร้างกำลังซื้อในชุมชน
ถกเแก้คอร์รัปชัน–หนี้เกษตร–เศรษฐกิจฐานราก–การศึกษา
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2569 เนชั่นทีวี เปิดเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
เวทีครั้งนี้โฟกัสประเด็นที่กระทบชีวิตประชาชนในพื้นที่โดยตรง ทั้งปัญหาชายแดนและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านซึ่งส่งผลต่อการค้าและความมั่นคงในภูมิภาค ตลอดจนการปราบปรามทุนเทา พนันออนไลน์ และขบวนการหลอกลวงประชาชน
ผู้ร่วมดีเบตประกอบด้วย
สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ (พรรคไทยสร้างไทย), สุทิน คลังแสง (พรรคเพื่อไทย), รังสิมันต์ โรม (พรรคประชาชน), อัมพร พินาสา (พรรคประชาธิปัตย์), จตุพร บุรุษพัฒน์ (พรรคโอกาสใหม่), ไชยา พรหมา (พรรคกล้าธรรม) และ วสวรรธน์ พวงพรศรี (พรรคไทรวมพลัง)
ประชาชนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 และแพลตฟอร์มออนไลน์ในเครือเนชั่นตลอดรายการ
พรรคการเมืองชูแผนสกัดคอร์รัปชัน ลดต้นทุนแฝงภาคธุรกิจ
ในช่วงที่ 2 ของเวที ดีเบตได้เปิดมุมมองการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระบบราชการ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ต้นทุนแฝง” สำคัญของภาคธุรกิจ โดยแต่ละพรรคเสนอแนวทางหลักดังนี้
พรรคประชาชน – เปิดข้อมูล คุมดุลพินิจ บังคับใช้กฎหมายจริงจัง
รังสิมันต์ โรม เสนอกรอบแก้ปัญหา 4 ด้าน ได้แก่
- Open Data ปรับหลักการรัฐเป็น “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น” ให้ประชาชนตรวจสอบการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ได้
- Legal Guillotine สังคายนากฎหมายทั้งระบบ ลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการ
- ลดดุลพินิจใบอนุญาต ใช้ข้อมูลมาตรฐานเดียวกัน เพื่อลดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์
- ปราบปรามเชิงโครงข่าย บังคับใช้กฎหมายกับขบวนการคอร์รัปชัน พร้อมยึดอายัดทรัพย์เพื่อขยายผล
พรรคเพื่อไทย – ใช้เทคโนโลยีและ AI ตัดวงจรทุจริต
สุทิน คลังแสง เสนอเปลี่ยน “รัฐอุปสรรค” เป็น “รัฐสนับสนุน” ด้วยการ
นำแพลตฟอร์มดิจิทัลและ AI มาแทนขั้นตอนราชการให้มากที่สุด เพราะเทคโนโลยีไม่เรียกรับสินบน
ตัดขั้นตอนขออนุญาตที่ไม่จำเป็น ลดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่โดยตรง
พรรคไทรวมพลัง – แก้ปมใบอนุญาตที่เป็นช่องโหว่
วสวรรธน์ พวงพรศรี สะท้อนว่าระบบขออนุญาตในปัจจุบันยังยุ่งยากและเปิดช่องเงินใต้โต๊ะ จึงเห็นด้วยกับการใช้ AI และการปฏิรูประบบใบอนุญาต
สรุปภาพรวม เวทีนี้สะท้อนตรงกันว่า “ขั้นตอนการขออนุญาต” และ “ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่” คือหัวใจของปัญหา โดยพรรคประชาชนเน้นการตรวจสอบผ่านข้อมูลและกฎหมาย ขณะที่พรรคเพื่อไทยมุ่งใช้เทคโนโลยีตัดวงจรการทุจริต
แก้หนี้เกษตรกร vs กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก: ฟื้นกำลังคนตัวเล็กก่อน เติมพลังระบบเศรษฐกิจ
ผู้แทนพรรคการเมืองอธิบายว่า การแก้หนี้เกษตรกรและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเป็นคนละขั้นตอน แต่เชื่อมโยงกัน
แก้หนี้เกษตรกร = ฟื้นกำลังการผลิต
สุทิน คลังแสง ระบุว่าต้องปลดหนี้ก่อน เพื่อคืนเรี่ยวแรงให้เกษตรกรกลับมาทำมาหากิน ขณะที่ไชยา พรหมา ชี้ว่าหนี้สินเป็นหนึ่งใน 4 ปัจจัยพื้นฐาน (ร่วมกับที่ดิน น้ำ และต้นทุนการผลิต) ที่ต้องจัดการเพื่อให้ภาคเกษตรเข้มแข็ง
กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก = สร้างกำลังซื้อและการหมุนเวียนเงิน
มี 2 แนวทางหลัก
เพิ่มรายได้จากการผลิต พรรคเพื่อไทยเสนอการกำหนดราคาเป้าหมายสินค้าเกษตร การันตีกำไรขั้นต่ำ และผลักดันเกษตรมูลค่าสูงด้วยเทคโนโลยี
เติมเงินผ่านสวัสดิการ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสนอการจ้างงานผู้สูงอายุหรือบำนาญเดือนละ 3,000 บาท รวมถึงแนวคิด Negative Income Tax เพื่อสร้างเม็ดเงินใหม่ในชุมชน เกิดผลคูณทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่
บทสรุป การแก้หนี้เปรียบเหมือน “ซ่อมแซม” ให้คนตัวเล็กลุกขึ้นยืน ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากคือการ “เติมพลัง” ผ่านรายได้และสวัสดิการ เพื่อให้เงินหมุนเวียนอย่างยั่งยืน
ดันอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการศึกษา: ยกระดับราชภัฏ–ตั้งเป้า Education Hub
ประเด็นการศึกษาและการผลักดันให้อุดรธานีมีมหาวิทยาลัยของตนเอง ได้รับการอภิปรายอย่างเข้มข้น
ไทยสร้างไทย – ยกระดับราชภัฏสู่ “มหาวิทยาลัยอุดรธานี”
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสนอให้ยกระดับสถาบันเดิมเป็นมหาวิทยาลัยประจำจังหวัด พร้อมจับมือมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ ดึงหลักสูตรโลกยุคใหม่ ตั้งเป้าให้อุดรธานีเป็น Education Hub รองรับนักศึกษาจากจีนและกลุ่ม CLMV ควบคู่กับนโยบายเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ลดระยะเวลาเรียน เพื่อให้เด็กจบเร็ว มีงานทำ และไม่เป็นหนี้ กยศ.
ประชาธิปัตย์ – มหาวิทยาลัยต้องเป็น “สมองของท้องถิ่น”
อัมพร พินาสา เห็นด้วยกับการมีมหาวิทยาลัยทุกจังหวัด แต่ย้ำว่าต้องทำหน้าที่มากกว่าสอนหนังสือ คือเป็นศูนย์วิจัยพัฒนาท้องถิ่น ค้นหาคำตอบปัญหาปากท้อง สร้างนวัตกรรมให้คนในพื้นที่มีอาชีพและคุณภาพชีวิตที่ดี
สรุปภาพรวม แนวคิดหลักคือการยกระดับสถาบันเดิมสู่มหาวิทยาลัยประจำจังหวัดมาตรฐานสากล ควบคู่การกำหนดบทบาทให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกวิจัยและพัฒนา เพื่อแก้ความยากจนและสร้างอาชีพในพื้นที่อย่างเป็นระบบ


