เนชั่นดีเบตอุดรธานีเปิดเวทีชี้ชะตาเลือกตั้ง 7พรรคงัดนโยบายสู้ศึกปากท้อง
เนชั่นทีวีเปิดเวที NATION ELECTION 2569 ที่อุดรธานี แกนนำ 7 พรรคประชันวิสัยทัศน์ เจาะปมชายแดน–ทุนเทา–เศรษฐกิจอีสาน ชูนโยบายสร้างงาน ลดอพยพแรงงาน หวังกอบกู้ปากท้องโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
KEY
POINTS
- เนชั่นทีวีจัดเวทีดีเบตสัญจรที่จังหวัดอุดรธานี โดยมีตัวแทนจาก 7 พรรคการเมืองเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
- ประเด็นหลักในการดีเบตมุ่งเน้นปัญหาที่กระทบต่อประชาชนในภาคอีสานโดยตรง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ปัญหาชายแดน และการปราบปรามทุนสีเทา
- แต่ละพรรคนำเสนอนโยบายแก้ปัญหาปากท้องที่หลากหลาย เช่น การสร้างงานในพื้นที่เพื่อลดการย้ายถิ่น การยกระดับภาคเกษตร และการผลักดันอีสานสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน
เนชั่นทีวีเปิดเวทีดีเบตอีสาน “NATION ELECTION 2569” ที่อุดรธานี
เจาะปมชายแดน–ปากท้อง–ทุนเทา โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เนชั่นทีวี เปิดเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมือง ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
เวทีดีเบตครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่โดยตรง ทั้งปัญหาชายแดนและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้า ความมั่นคง และโอกาสทางเศรษฐกิจของภาคอีสาน รวมถึงการปราบปรามทุนเทา พนันออนไลน์ และขบวนการหลอกลวงประชาชน
สำหรับผู้ร่วมเวทีดีเบต ประกอบด้วยแกนนำและตัวแทนจาก 7 พรรคการเมือง ได้แก่
- คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย
- สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย
- รังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน
- อัมพร พินะสา พรรคประชาธิปัตย์
- จตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่
- ไชยา พรหมา พรรคกล้าธรรม
- วสวรรธน์ พวงพรศรี พรรคไทยรวมพลัง
ประชาชนสามารถติดตามการถ่ายทอดสดตลอดรายการผ่านทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 และแพลตฟอร์มออนไลน์ในเครือเนชั่น
คำถามรอบแรก
“ชายแดนร้อน ปากท้องคนจนจะแก้อย่างไร”
ในรอบคำถามแรก ผู้แทนแต่ละพรรคมีเวลาตอบคนละ 2 นาที เพื่อนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนในภาคอีสาน โดยมีจุดร่วมสำคัญคือความจำเป็นในการสร้างงานในพื้นที่ ลดการอพยพแรงงาน และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน ขณะที่รายละเอียดและจุดเน้นของแต่ละพรรคมีความแตกต่างกัน ดังนี้
พรรคประชาชน
นายรังสิมันต์ โรม ระบุว่า หัวใจสำคัญคือการดึงงานกลับสู่ภาคอีสาน เพื่อไม่ให้แรงงานต้องย้ายถิ่นไปทำงานในกรุงเทพฯ โดยใช้ศักยภาพการเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว เวียดนาม และจีน พร้อมผลักดันให้อีสานเปลี่ยนจากฐานส่งออกวัตถุดิบและแรงงาน ไปสู่การมีอุตสาหกรรมในพื้นที่
นอกจากนี้ พรรคเสนอให้อุดรธานีเป็น 1 ใน 15 หัวเมืองหลักของโครงการ “Nano Bus” เพื่อกระจายความเจริญ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเงินรั่วไหลจากยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยใช้กฎหมายฟอกเงินยึดทรัพย์คืนให้ผู้เสียหาย
พรรคกล้าธรรม
นายไชยา พรหมา ชูแนวคิดยกระดับภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร พร้อมใช้ประโยชน์จากโครงการรถไฟความเร็วสูงหนองคาย–จีน ไม่ใช่เพียงเพื่อการขนส่งสินค้าเข้า แต่ต้องใช้เป็นเส้นทางส่งออกสินค้าเกษตรของอีสานสู่ตลาดจีน เพื่อให้แรงงานสามารถทำงานและอยู่กับครอบครัวในพื้นที่ได้
พรรคไทยสร้างไทย
คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เสนอยุทธศาสตร์ “ทวงคืนเงินในกระเป๋าคนอีสาน” ด้วยการผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์เชื่อมจีนและกลุ่มประเทศ CLMV เร่งสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ให้แล้วเสร็จภายใน 3–5 ปี
ขณะเดียวกัน จะดึงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่ที่ใช้พลังงานสะอาดเข้ามาลงทุน โดยอาศัยความได้เปรียบด้านไฟฟ้าราคาถูกจากประเทศเพื่อนบ้าน และผลักดันให้อีสานเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค เพื่อดึงคนกลับมาทำงานในบ้านเกิด
พรรคประชาธิปัตย์
นายอัมพร พินะสา มองว่าปัญหาหนี้สินและการแยกกันอยู่ของครอบครัวเป็นปัญหาเร่งด่วน แนวทางแก้ไขต้องทำทั้งระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นเน้นสวัสดิการเพื่อบรรเทาความยากจน ให้ประชาชน “อิ่มท้อง นอนอุ่น”
ส่วนระยะยาว มุ่งสร้างงานผ่านการศึกษาและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับศักยภาพเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด พร้อมกระจายอำนาจด้านการศึกษาสู่ท้องถิ่น
พรรคโอกาสใหม่
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ เสนอ 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- การบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขง ชี และมูล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง
- การใช้ทรัพยากรแร่ โดยเฉพาะแร่โปแตช ซึ่งภาคอีสานมีปริมาณมาก เพื่อนำมาผลิตปุ๋ยและสร้างรายได้
- การยกระดับการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมผลักดันโครงการใหม่ เช่น กระเช้าขึ้นภูกระดึง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว
พรรคเพื่อไทย
นายสุทิน คลังแสง เปรียบภาคอีสานเป็น “ล้อรถยนต์ที่อ่อนแอ” ของประเทศ จำเป็นต้องซ่อมให้แข็งแรงด้วยนโยบายแบบแพ็กเกจ ทั้งการล้างหนี้และนโยบาย “ประกันกำไร” สินค้าเกษตรในอัตรา 30% เพื่อลดความเสี่ยงให้เกษตรกร
ในระยะยาว พรรคจะผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคอีสาน และระเบียงเศรษฐกิจชายแดนในพื้นที่มุกดาหาร นครพนม และหนองคาย โดยนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามาช่วยบริหารจัดการ คาดว่าจะสร้างงานได้ราว 500,000 ตำแหน่ง และเพิ่ม GDP ประเทศได้ประมาณ 3%
พรรคไทยรวมพลัง
วสวรรธน์ พวงพรศรี เน้นการเมืองของคนตัวเล็กและพื้นที่ชายแดน โดยเสนอให้เพิ่มเบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการแก่ทหารประจำชายแดน ซึ่งไม่ได้ปรับขึ้นมานาน พร้อมประกาศจุดยืนสนับสนุนนโยบายที่ดีจากทุกพรรค และเปิดกว้างต่อความร่วมมือทางการเมืองโดยไม่แบ่งฝ่าย


