posttoday

รักชนกชี้ระบบประกันสังคมพัง ไม่ใช่เพราะตัดงบ แต่เพราะเว็บแอป 850 ล้าน

30 มกราคม 2569

ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน โต้ข่าวใส่ร้ายทีมก้าวหน้าตัดงบทำระบบล่ม ชี้ปัญหาเกิดจากเว็บแอป 850 ล้านบาทที่ล่าช้าและส่อทุจริต กระทบผู้ประกันตนเบิกเงินไม่ได้

KEY

POINTS

  • รักชนกโต้ข่าวตัดงบทำระบบล่ม ชี้ต้นเหตุคือโครงการเว็บแอป สปส. 850 ล้านบาท
  • เปรียบเทียบคดีไอที 2,800 ล้านในอดีต สะท้อนกระบวนการยุติธรรมล่าช้าเกือบ 20 ปี
  • ทีมประกันสังคมก้าวหน้ายื่น ป.ป.ช. และผลักดันให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระตรวจสอบระบบ

เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ชี้แจงกรณีระบบเบิกจ่ายเงินผู้ประกันตนของ สำนักงานประกันสังคม ปิดใช้งาน โดยยืนยันว่าไม่ใช่ผลจากการ “ตัดงบ” ของทีมประกันสังคมก้าวหน้า แต่มีต้นตอมาจากปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและความล้มเหลวของโครงการเว็บแอป วงเงิน 850 ล้านบาท

รักชนกระบุว่า มีกระแสบิดเบือนข้อมูลกล่าวหาว่าทีมก้าวหน้าตัดงบจนระบบล่ม หรือมีการแฮกระบบ ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยชี้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นสะท้อนปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างในสำนักงานประกันสังคม และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินในกระเป๋าผู้ประกันตน

น.ส.รักชนก อธิบายว่า โครงการเว็บแอป 850 ล้านบาท ถูกออกแบบให้เป็นระบบหลังบ้านหลักสำหรับการจัดการข้อมูลและการเบิกจ่าย แต่มีข้อกังขาตั้งแต่กระบวนการประมูลจนถึงการส่งมอบ ทำให้ผู้ประกันตนต้องจ่ายเงินในต้นทุนสูง แต่ได้ระบบที่ล้าสมัยและไม่สามารถใช้งานได้ตามสัญญา จนต้องสั่งปิดระบบและยังไม่สามารถเปิดใช้งานเต็มรูปแบบได้ในเร็ววัน

พร้อมกันนี้ รักชนกยังยกกรณีเปรียบเทียบกับคดีทุจริตระบบไอทีของ สปส. เมื่อปี 2549 มูลค่า 2,800 ล้านบาท ซึ่งมีลักษณะปัญหาใกล้เคียงกัน และใช้เวลากว่าเกือบ 20 ปี กว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาลงโทษอดีตเลขาธิการ สปส. สะท้อนความล่าช้าของกระบวนการยุติธรรม โดยกรณีโครงการ 850 ล้านบาท ทีมงานได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ แล้ว

ในประเด็นงบประมาณน.ส.รักชนกยอมรับว่าทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีการตัดงบ 250 ล้านบาทจริง แต่เป็นงบที่ขอตั้งเพื่อจ่ายให้ระบบเก่าในช่วงที่ระบบใหม่ล่าช้ามานานกว่า 2 ปี โดยยืนยันว่าการจ่ายงบดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาระบบล่มได้ และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกันตนโดยไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

น.ส.รักชนก ยังระบุว่า ก่อนหน้านี้ทีมก้าวหน้าเคยเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้ามาตรวจสอบระบบไอที แต่สำนักงานไม่ยินยอม จนกระทั่งระบบล่มหนักจึงยอมเปิดทางให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วยแก้ไข

น.ส.รักชนกทิ้งท้ายว่า กรณีนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่การลงโทษผู้กระทำผิดล่าช้า จนไม่สามารถยับยั้งการทุจริตซ้ำซาก และท้ายที่สุดผู้ประกันตนเป็นผู้รับภาระความเสียหาย

ที่มา: รักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork
 

ข่าวล่าสุด

AGenDA โครงการถอดรหัส "จีโนมชาวแอฟริกา" ที่อาจเปลี่ยนอนาคตการรักษาทั่วโลก!