“เห็นแต่แสวง”ไม่จริง เลขาฯกกต. แจงทำงานแบบบอร์ด ตามอำนาจรธน.60
เลขาฯ กกต. ชี้แจงปม “เห็นแต่แสวง” หลังถูกตั้งคำถามบทบาท กกต. ย้ำรัฐธรรมนูญ 60 ปรับโครงสร้างเป็นบอร์ด ทำงานผ่านมติ พร้อมอธิบายแนวทางจัดการข่าวเท็จเลือกตั้ง–ประชามติ
KEY
POINTS
- กกต. ชุดปัจจุบันทำงานแบบ “บอร์ด” ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ทุกเรื่องต้องผ่านมติ
- เลขาธิการ กกต. ออกสื่อในฐานะโฆษก เพื่อความเป็นเอกภาพของการสื่อสาร
- ข่าวเท็จเลือกตั้ง–ประชามติ ดำเนินการลบเนื้อหา สอบสวน และเอาผิดตามกฎหมาย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณี นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งคำถามถึงบทบาท กกต. และการสื่อสารต่อสาธารณะ โดยย้ำว่าความเข้าใจบางประเด็นคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงทางกฎหมาย
นายแสวงอธิบายว่า โครงสร้างการทำงานของ กกต. ชุดปัจจุบันแตกต่างจากอดีต เนื่องจากรัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ กกต. ทำหน้าที่ในฐานะ “บอร์ด” การดำเนินงานทุกเรื่องต้องอาศัยมติคณะกรรมการ ไม่สามารถลงไปกำกับงานรายด้านได้โดยตรงเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550
ในทางปฏิบัติ กกต. มีการประชุมอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 วัน ครอบคลุมวาระงานทุกด้าน โดยแต่ละวันมีวาระไม่น้อยกว่า 50 เรื่อง และอาจสูงถึง 100–200 เรื่อง ก่อนให้สำนักงาน กกต. นำมติไปปฏิบัติ นอกจากนี้ กกต. ยังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและรับฟังความเห็นจากสำนักงาน กกต. จังหวัด เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
ส่วนการปรากฏตัวต่อสื่อ นายแสวงระบุว่า เลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่โฆษกตามมติที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การสื่อสารเป็นเอกภาพระหว่าง กกต. สำนักงาน กกต. และฝ่ายปฏิบัติ
สำหรับการจัดการ “ข้อมูลเท็จหรือใส่ร้าย” เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ นายแสวงชี้แจงว่า หากคณะ E War Room เห็นว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย จะดำเนินการแจ้งให้ลบเนื้อหา พร้อมประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และส่งเรื่องให้พนักงานสืบสวนของ กกต. ดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งอาจมีทั้งโทษอาญา โทษปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง พร้อมขอให้สังคมแสดงความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล เพื่อรักษาบรรยากาศการแข่งขันที่สุจริตและเที่ยงธรรม
คลิ๊กอ่านรายละเอียดที่มา : Sawaeng Boonmee


