posttoday

PostTalk EP.6 บิ๊กเต่า มือปราบทุจริตภาครัฐ ปัญหาคอร์รัปชันฝังลึก

28 มกราคม 2569

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ชี้คอร์รัปชันไทยยังฝังลึก โยงการเมือง–ความเชื่อ ยอมรับมีซื้อเสียงเลือกตั้ง 69 หนุนเพิ่มโทษ ใช้กฎหมายเด็ดขาด ฟื้นศรัทธาประชาชน

KEY

POINTS

  • พล.ต.ต. จรูญเกียรติ ชี้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในไทยฝังรากลึกและเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมือง รวมถึงความเชื่อของประชาชน
  • เรียกร้องให้รัฐบาลใหม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหา โดยเสนอให้เพิ่มความรุนแรงของบทลงโทษและกฎหมายให้เด็ดขาดยิ่งขึ้น
  • ยอมรับว่าการทุจริตในวงราชการยังคงมีอยู่แต่เบาลง เนื่องจากหน่วยงานปราบปรามมีความจริงจังและสามารถดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลได้มากขึ้น

พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้สัมภาษณ์ในรายการ PostTalk เกี่ยวกับวิกฤตการทุจริตคอรัปชั่นในประเทศไทยที่ยังคงฝังรลและเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเมือง ในปัจจุบันว่า การเลือกตั้ง69 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2569 ที่จะถึงนี้ ยอมรับว่าได้ยินว่ามีการขายเสียงซื้อเสียงกันมาบ้าง ซึ่งเป็นข้อมูลที่เราได้รับมาจากการสืบสวนและข่าวที่เกิดขึ้นตามหน้าสื่อ ซึ่งขณะนี้เรามุ่งเน้นในเรื่องของการปราบปรามอย่างจริงจังแต่ก็ยอมรับว่ายังไม่สามารถลดการคอรัปชั่นได้เท่าที่ควรเพราะมีหลายเรื่องราว การคอรัปชั่นที่มีความเกี่ยวข้องการเมืองระดับประเทศ รวมถึงมีความเกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนไทย 

โดย พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ได้ยกตัวอย่างกรณีการทุจริตคอรัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในอดีต อย่างคดี นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ "กำนันนก" เป็นต้น ส่วนเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นที่ไปเกี่ยวข้องกับความเชื่อของประชาชน เช่นข่าววัด หรือหมอดู ต่างๆ ที่ต่างหลอกเอาเงินประชาชน ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้มีการ ปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นจากพระที่ พิดธรรมวินัย เพื่อรักษาสถาบันพุทธศาสนาให้อยู่กับประชาชนชาวไทย เพื่อให้ยังมีพระสงฆ์ที่น่าเคารพกราบไหว้  อย่างไรก็ตามก็ขอย้ำว่ามีเพียง พระสงฆ์จำนวนหนึ่ง เท่านั้นไม่ใช่พระสงฆ์ส่วนใหญ่ที่กระทำความผิด พร้อมกล่าวต่อว่า

“ทุกวงการมีทั้งคนดีและคนไม่ดี จึงขอให้คนไทยแยกและเชื่อมั่นว่าทุกสังคมนั้นมีคนดีและคนไม่ดี”

อย่างไรก็ตามพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ระบุต่อว่า ตนเห็นว่าหลายพรรคการเมืองชูนโยบายเรื่องของการปราบทุจริต และตนในฐานะที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำตามนโยบายของรัฐบาลตนรู้สึกเห็นด้วยกับหลายพรรคการเมืองที่มีนโยบายในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นเพราะหากเราปล่อยให้วงจรอุบาทว์นี้ส่งไปถึงลูกหลานของเราตนเชื่อว่าจะสร้างความเสียหายให้กับอนาคตเช่นกรณีของตึกสตง. หรือกรณี รถเครนถล่ม ที่ถนนพระราม2 จนนำมาซึ่งการเสียชีวิตของผู้คน หรือถนนต่างๆที่ทำมาแล้วเสื่อมสภาพทรุดโทรมไม่ได้มาตรฐานสิ่งเหล่านี้ตนมองว่า อยากให้ทุกพรรคการเมืองมุ่งเน้น และมองเรื่องของการปราบปรามทุจริตคอรัปชั่นเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเสนอกฎหมายให้มีความรุนแรงในการปราบปรามเพื่อให้ผู้กระทำความผิดเกิดความกลัว แล้วจะทำอย่างไรให้หน่วยงานต่างๆไม่ทุจริตคอรัปชั่นและตนอยากให้รัฐบาลที่เข้ามาบริหารในประเทศไม่ว่าจะพรรคใดก็ตามขอให้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังเพราะมิฉะนั้นเราก็จะยังเห็นเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และจะทำให้ประชาชนรู้สึกหมดศรัทธา 

ส่วนกรณีเรื่องของการคอรัปชั่นภายในข้าราชการนั้น พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ  กล่าวยอมรับว่าการคอรัปชั่นในวงการข้าราชการตอนนี้ยังคงมีอยู่ แต่เบาลงเพราะ เรามีหน่วยงานต่างๆในการปราบปรามทุจริตคอยกำกับลดความรุนแรง ปัจจุบันมีหลายเคสที่เรากำลังทำอยู่ไม่ว่าจะเป็นนายกอบจะ.หรือ นายกอบจ. ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครกล้าจับบุคคลเหล่านี้มาดำเนินคดีแต่ปัจจุบันเรา ดำเนินการมาแล้วกว่า20-30เคส ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้เราได้รับคำสั่งจากผู้นำระดับประเทศ ที่คอยช่วยออกมาพูดและปรามเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ ว่าใครทำผิดต้องได้รับผิด ซึ่งแสดงให้เห็น ถึงความจริงจังมากขึ้นกว่าในอดีตในการปราบปราม
 

ทั้งนี้พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ  กล่าวต่อว่า ส่วนตัวตนชอบนโยบายกฎหมายของประเทศจีนที่มีการปราบการทุจริตคอรัปชั่นอย่างจริงจังซึ่งตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นให้ลดน้อยลง เพราะเพราะฉะนั้นตนมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ตนจึงอยากจะฝากนักการเมืองไทยว่าใครมีนโยบายในการปราบทุจริตคอรัปชั่นตนขอให้มีการเพิ่มโทษและหากผู้ใดมีหลักฐานมัดตัวต้องไม่ให้ประกันตัว ผู้กระทำความผิด และเรียกร้องให้ รัฐบาลชุดใหม่ แสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาผ่านการบังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดและการเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงยิ่งขึ้น เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่และรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันหลักของชาติสืบไป

สุดท้ายนี้หากพบการทุจริตคอรัปชั่น ประชาชน พลเมืองดีทุกคน สามารถส่งข้อมูลและเบาะแสเพิ่มเติมให้กับทางเจ้าหน้าที่ ศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามทางศาสนา หรือไปติดต่อสำนักพุทธ หรือ สำนักงานปปช. สำนักงานปปป. หรือสำนักงาน สตง. ที่ขณะนี้เรากำลังบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้จึงขอให้ ประชาชนทุกคนเชื่อมั่นว่าเราเป็นข้าราชการมืออาชีพข้อมูลที่เราได้มาจากประชาชนหรือพลเมืองดีเราจะไม่ให้ใครรู้ว่าใคร

ข่าวล่าสุด

ศาลรัฐธรรมนูญ ขีดเส้น 15 วัน รัฐมนตรีกลาโหมแจงปมเกณฑ์ทหาร