posttoday

ผ่าตัดโครงสร้างตำรวจไทย พรรคประชาชนชูโมเดลญี่ปุ่นรื้ออำนาจรวมศูนย์

22 มกราคม 2569

พรรคประชาชนเสนอปฏิรูปตำรวจครั้งใหญ่ ใช้โมเดลญี่ปุ่นกระจายอำนาจสู่จังหวัด เปลี่ยน ผบ.ตร. จากผู้กุมอำนาจเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน หวังรื้อระบบอุปถัมภ์ ฟื้นศรัทธาองค์กร ก่อนเลือกตั้งปี

KEY

POINTS

  • พรรคประชาชนเสนอแนวทางปฏิรูปโครงสร้างตำรวจโดยใช้ "โมเดลญี่ปุ่น" เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตศรัทธาและรื้อระบบอำนาจรวมศูนย์ที่ส่วนกลาง
  • หัวใจหลักของข้อเสนอคือการกระจายอำนาจสู่ระดับจังหวัด ทำให้ตำรวจต้องรับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่แทนผู้บังคับบัญชา และให้จังหวัดบริหารงบประมาณได้เอง
  • ข้อเสนอยังรวมถึงการปฏิรูปกระบวนการคัดเลือก ผบ.ตร. ให้โปร่งใสและยึดโยงกับสาธารณะมากขึ้น เพื่อทำลายระบบอุปถัมภ์และเส้นสาย

รายงานเชิงยุทธศาสตร์
การผ่าตัดโครงสร้างตำรวจไทยด้วย “โมเดลญี่ปุ่น” ของพรรคประชาชน

วิกฤตศรัทธาและความจำเป็นของการผ่าตัดเชิงโครงสร้าง (Structural Re-engineering)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทยกำลังยืนอยู่กลาง “ความเงียบก่อนพายุ” วิกฤตศรัทธาที่สะสมมายาวนานปะทุขึ้นอย่างเปิดเผย ผ่านความขัดแย้งภายในระดับผู้นำ ระหว่าง พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล และ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งไม่ใช่เพียงความบาดหมางส่วนบุคคล แต่คืออาการของ “Police-on-Police Conflict” ที่สะท้อนความล้มเหลวของการจัดการอำนาจภายใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างเป็นระบบ

พรรคประชาชนวิเคราะห์ว่านี่คือภาวะ Institutional Inertia  ความเฉื่อยชาของสถาบันภายใต้โครงสร้างรวมศูนย์อำนาจ ที่เอื้อให้ “ระบบมุ้ง–ตั๋วช้าง–อุปถัมภ์” เติบโตจนบีบให้ตำรวจจำนวนมากต้องเลือกความอยู่รอดมากกว่าหน้าที่ต่อสาธารณะ การปฏิรูปจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หากคือ วาระยุทธศาสตร์ของรัฐ เพื่อรื้อฐานอำนาจเดิมและสร้างมาตรฐานใหม่ให้ยั่งยืน

แก่นแท้ของ “โมเดลประเทศญี่ปุ่น”
จากอำนาจแนวตั้ง สู่ความรับผิดชอบแนวระนาบ

หัวใจของนโยบายปฏิรูปตำรวจที่พรรคประชาชนนำเสนอ พัฒนาโดย ปิยรัตน์ จงเทพ คือการประยุกต์ โมเดลตำรวจของประเทศญี่ปุ่น เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างจากแนวตั้ง (Vertical Command) เป็นแนวระนาบ (Horizontal Governance) ผ่านการกระจายอำนาจสู่ระดับจังหวัด

So What?
การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการ “ย้ายเป้าหมายของความรับผิดชอบ”

  • จากการรับผิดชอบต่อผู้แต่งตั้ง → รับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่
  • จากความก้าวหน้าผ่านเส้นสาย → ความก้าวหน้าผ่านผลงาน

แม้แต่ผู้นำตำรวจระดับสูงยังยอมรับว่า แนวคิดนี้จะช่วย เพิ่มงบประมาณและสวัสดิการตำรวจชั้นผู้น้อย อย่างแท้จริง เพราะลดการรั่วไหลจากส่วนกลาง และทำให้การจัดสรรงบตอบโจทย์ปัญหาในพื้นที่โดยตรง

ตารางเปรียบเทียบโครงสร้าง

ประเด็น ระบบรวมศูนย์เดิม โมเดลพรรคประชาชน
สายบังคับบัญชา ผูกขาดที่ส่วนกลาง กระจายสู่จังหวัด
งบประมาณ Top-down บริหารตามบริบทพื้นที่
ความรับผิดชอบ ต่อผู้แต่งตั้ง ต่อประชาชน (Horizontal)
บทบาท ผบ.ตร. ผู้สั่งการสูงสุด ผู้กำหนดมาตรฐานและยุทธศาสตร์
วัฒนธรรมองค์กร อำนาจนำ การจัดการสมัยใหม่

ปฏิรูปการคัดเลือก ผบ.ตร.
จากดีลหลังม่าน สู่พันธสัญญาต่อสาธารณะ

เมื่ออำนาจถูกกระจาย กลไกคัดเลือกผู้นำสูงสุดย่อมต้องเปลี่ยนตาม แนวคิดของทีมบริหารพรรค นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาชน คือการสร้าง “ประชาธิปไตยในสถาบันความมั่นคง”

So What?
นี่คือการสร้าง Safe Space ให้ตำรวจ และเปลี่ยนการแต่งตั้งเป็น Public Performance Contract ผ่าน 3 กลไกหลัก

  1. Internal Digital Polling – ซาวเสียงตำรวจแบบนิรนาม ปลอดการเช็คบิล
  2. Public Vision & 100-Day Plan – วิสัยทัศน์และแผน 100 วันต่อสาธารณะ
  3. Visionary Management – วัดผู้นำจากทักษะบริหาร ไม่ใช่ความจงรักภักดี

 สวัสดิการ–จริยธรรม
เกราะป้องกันองค์กรจากทุนเทา

พรรคประชาชนมองว่าสวัสดิการไม่ใช่ “ความเมตตา” แต่คือ การลงทุนด้านความมั่นคงสาธารณะ หากตำรวจไม่ต้องแบกรับต้นทุนการวิ่งเต้น แรงจูงใจเข้าสู่ระบบส่วยและทุนเทาจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมดึงดูดบุคลากรคุณภาพเข้าสู่องค์กร

 บทสรุป
ปราบ “ระบอบปรสิต” กับจุดเปลี่ยนประเทศไทย 2569

การปฏิรูปตำรวจด้วยโมเดลญี่ปุ่นไม่ใช่การเปลี่ยนตัวบุคคล แต่คือการรื้อ โครงสร้างที่ทำให้อำนาจและทรัพยากรถูกดูดขึ้นสู่เบื้องบน พรรคประชาชนจึงถูกต่อต้านไม่ใช่เพราะนโยบายรุนแรง หากเพราะ ไม่มีพันธะกับทุนเทาและดีลลับ ทำให้สามารถทำหน้าที่ “ศัลยแพทย์” ได้อย่างตรงไปตรงมา

ปี 2569 อาจเป็นจุดพิสูจน์ว่า ตำรวจไทยสามารถเป็นมืออาชีพ มีศักดิ์ศรี และยืนข้างประชาชนได้จริง หากสังคมเลือก กฎเกณฑ์เหนือเส้นสาย และผลประโยชน์ราษฎรเหนือเครือข่ายอุปถัมภ์

ข่าวล่าสุด

รู้จัก ‘Regeneracation’ แนวคิดการท่องเที่ยวสุดเท่ห์! ดีต่อโลกที่ไม่ใช่แค่ปลูกป่า!