เทียบยุทธศาสตร์ 8 พรรคการเมือง ชูโมเดลแก้โครงสร้างเศรษฐกิจ
ยุทธศาสตร์ 8 พรรคการเมือง ชูโมเดลแก้โครงสร้างเศรษฐกิจ - ดึงทุนต่างชาติ มุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม แก้ไขปัญหาการผูกขาด สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
15 ม.ค.2569 ที่เวที “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ–ตลาดทุนไทยรอด?” ซึ่งจัดโดย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดพื้นที่ให้ 8 พรรคการเมือง ร่วมนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจต่อภาคธุรกิจ นักลงทุน และประชาชน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจไทยที่เผชิญทั้งปัญหาภายในประเทศและแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก
กรอบคำถามสำคัญของเวทีในช่วงแรกระบุว่าหากพรรคการเมืองได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลและร่วมกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ จะขับเคลื่อนนโยบายใดเพื่อสร้างอนาคตให้เศรษฐกิจไทยในช่วง 4 ปีข้างหน้า
การนำเสนอของแต่ละพรรคสะท้อนแนวคิดการฟื้นฟูเศรษฐกิจในหลากหลายมิติตั้งแต่บทบาทของตลาดทุน การลงทุน นวัตกรรม การแก้ปัญหาหนี้ การปฏิรูปโครงสร้างรัฐ พลังงาน ไปจนถึงอุตสาหกรรมอนาคต
1.พรรคกล้าธรรม : ปั้น EEC สู่ระดับสากล และการทูตเชิงเศรษฐกิจ
นาย นิกร ซัจเดว์ ทีมนโยบายด้านเศรษฐกิจ ระบุว่าเศรษฐกิจไทยเผชิญวิกฤตทุกปี พรรคกล้าธรรมจึงเน้นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจผ่าน 4 หลักการสำคัญ โดยมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยด้วยนวัตกรรม AI และสนับสนุนทุนแก่ SME/Startup ในรูปแบบทุนพัฒนาสินค้า (By-product) พร้อมเสนอใช้สถานทูตไทยทั่วโลกเป็นตัวแทนขายสินค้าพรีเมียมสู่ตลาดโลก
- นโยบาย EEC: พัฒนาพื้นที่ต่อเนื่องตั้งแต่ชลบุรีถึงตราด ไม่จำกัดเพียงแค่อุตสาหกรรม แต่รวมถึงการดึงดูดนักลงทุนด้วยนโยบายที่โปร่งใสและต่อเนื่อง
- การท่องเที่ยว: เน้นกลุ่ม High Spending ผ่านการสร้างจุดขายใหม่ (New Attraction) และ Entertainment ในระดับสากล
- การส่งออก: เร่งกระบวนการคืนภาษี VAT ให้เร็วขึ้นเพื่อช่วยสภาพคล่องผู้ส่งออกรายย่อย
2. พรรคไทยก้าวใหม่: สร้าง "Thailand Investment Team" ผสานตลาดทุน มุ่งเน้นการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Engine)
ดร. คเณศ วังส์ไพจิตร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจนำเสนอการสร้าง "เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่" (New Engine) โดยชี้ชัดว่าภาคเศรษฐกิจจริงและตลาดทุนต้องทำงานควบคู่กันดยมองว่าเศรษฐกิจและตลาดทุนไม่สามารถแยกจากกันได้
- ยุทธศาสตร์การลงทุน: จัดตั้งทีมร่วมระหว่าง BOI, EEC และตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเข้าหานักลงทุนต่างชาติตั้งแต่วันแรก (Day 1) เสนอแพ็กเกจสิทธิประโยชน์ที่รวมเครื่องมือทางการเงินในตลาดทุนไว้ด้วยกัน
- การปฏิรูประบบราชการ: ลดการทำงานแบบต่างคนต่างทำ (Silo) โดยตั้ง Head of Country FDI เพื่อมีอำนาจสั่งการข้ามกระทรวง และสร้างมาตรฐานนิติรัฐให้ชัดเจน
3.พรรคไทยสร้างไทย : โมเดล 25 ปี เติมออกซิเจนเศรษฐกิจผ่านตลาดทุน
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ นำเสนอการบริหารจัดการแบบ "นักรบเศรษฐกิจ" ผ่านโมเดลระยะยาว 25 ปี เพื่อเลี่ยงภาวะเศรษฐกิจถดถอย
- เมกะโปรเจกต์ทั่วไทย : ใช้ตลาดทุนระดมทุนผ่านบริษัทที่รัฐบาลท้องถิ่น/เทศบาลจัดตั้งขึ้น เพื่อกระจายอำนาจการลงทุนสู่ต่างจังหวัด คาดกระตุ้นเม็ดเงินได้ปีละ 2 แสนล้านบาท
- การระดมทุน FDI : ตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท ผ่านเทคโนโลยีและสิทธิประโยชน์ทางการค้า
- กองทุนปลดหนี้ : จัดตั้ง Matching Fund แก้ปัญหาหนี้ SME และหนี้ครัวเรือน 5 แสนล้านบาท โดยดึงเงินฝากจากภาคประชาชนมาบริหารจัดการแทนการกู้เงินที่กระทบหนี้สาธารณะ
4. พรรคประชาชน: ปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ทลายผูกขาดด้วยนวัตกรรม
ดร. ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองหัวหน้าพรรค และ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ระบุว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญภาวะเสื่อมถอยเชิงโครงสร้าง (Structural Decline) จึงต้องใช้การปฏิรูปขนาดใหญ่ (Major Reform) แทนที่ประชานิยม
- การแข่งขันนิยม: ทลายการผูกขาดด้วย พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า เพื่อเปิดโอกาสให้ SME เติบโตเป็น New Economy
- เปลี่ยนปัญหาเป็นธุรกิจ: รัฐจะใช้งบประมาณสนับสนุนการสร้างเทคโนโลยีของไทยเอง เช่น ระบบเซ็นเซอร์จัดการน้ำ หรือพลังงานสะอาด (Smart Grid) เพื่อสร้างอุปสงค์ในประเทศ
- นิติรัฐและนิติธรรม: สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนต่างชาติด้วยระบบกฎหมายที่โปร่งใส มาตรฐานเดียว และดึงตัวบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent) จากต่างประเทศเข้ามาทำงานในไทย
5.พรรคประชาธิปัตย์: ปฏิรูปราชการ เปิดเสรีพลังงาน และ "Super Act"
คุณกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค เสนอยุทธศาสตร์เปลี่ยนรัฐจาก "ผู้ขวางทาง" เป็น "ผู้เปิดทาง" เพื่อลดอุปสรรคการประกอบอาชีพและธุรกิจ โดยพรรคประชาธิปัตย์เสนอ 7 หลักยุทธศาสตร์
- ปฏิรูประบบราชการ: ออกกฎหมาย "Super Act" ให้อำนาจรัฐสภายกเลิกกฎหมายล้าหลังโดยเร็ว และทำ "Digital Government" เต็มรูปแบบ
- เปิดเสรีไฟฟ้า: อนุญาตให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้ากันเองผ่านระบบสายส่งของรัฐ เพื่อลดต้นทุนค่าไฟอย่างถาวรโดยไม่ต้องใช้งบประมาณ
- ยกระดับเกษตรและโลจิสติกส์: ปฏิรูประบบสหกรณ์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และตั้งเป้าลดต้นทุนขนส่งจาก 17% ให้ต่ำกว่า 10% ของ GDP
6.พรรคเพื่อไทย: แก้หนี้เบ็ดเสร็จ ประกันกำไรเกษตรกร และความมั่นคงทางการคลังชู
ดร. เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคนำเสนอแพ็กเกจแก้หนี้ นโยบายครอบคลุมทุกมิติ โดยยึดความมั่นคงทางการคลังและเสถียรภาพเศรษฐกิจเป็นหัวใจสำคัญ
- มาตรการแก้หนี้: ใช้ระบบ AMC บริหารหนี้เสีย พักหนี้เกษตรกร 3 ปี และดึงหนี้นอกระบบกลับเข้าสู่ระบบด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
- ประกันกำไรเกษตร: ประกันกำไรให้เกษตรกร 30% โดยรัฐจะเติมเงินส่วนต่างให้หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์
- E-commerce สัญชาติไทย: สนับสนุน SME ให้ขายสินค้าฟรีค่าธรรมเนียม 2 ปี และเพิ่มสัดส่วนให้รัฐเป็นคู่ค้าหลักของ SME
7.พรรคภูมิใจไทย: อัดฉีดการลงทุน 30% และ Silver Economy
นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อ ตั้งเป้าผลักดัน GDP ให้เติบโตมากกว่า 3% ภายในปี 2569 ผ่านการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ที่เข้มข้นขึ้น เน้นการลงทุนเชิงรุกและการก้าวสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)
- งบลงทุนใหม่: ตั้งเป้าเพิ่มงบลงทุนเป็น 30% ของงบประมาณเพื่อกระตุ้น GDP ให้โต 3% Plus
- Silver Economy: เปลี่ยนผู้สูงวัยจาก "ภาระ" เป็น "ศักยภาพ" สร้างงานสร้างรายได้รองรับสังคมสูงวัย
- Thailand Digital Account (TISA): ใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลเพิ่มความโปร่งใสในภาครัฐ และลดภาระหนี้สินประชาชน
8. พรรครวมไทยสร้างชาติ : ชนทุนพลังงาน เปิดเสรีโซลาร์เซลล์
ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค
ชู จุดยืนความเด็ดขาดในการแก้ต้นทุนการผลิตด้วยนวัตกรรม โดยระบุว่านวัตกรรมก้าวกระโดดจะเกิดได้ต้องมีพลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ทุกคนโดยไม่มีระบบเส้นสาย
- ทลายกำแพงนวัตกรรม: ชี้ว่านวัตกรรมไม่เกิดเพราะขาดพลังงานสะอาดราคาถูก เสนอเปิดเสรีโซลาร์เซลล์โดยไม่ต้อง "มีเส้น" เพื่อดึงดูดอุตสาหกรรม Semiconductor และ Data Center
- ปฏิรูปต้นทุน: ยืนยันผลงานการลดค่าไฟลง 16% และมุ่งเน้นการสร้าง "ต้นน้ำ" ของอุตสาหกรรมในประเทศ เช่น โอบิโอเคมีจากปาล์มน้ำมันเพื่อสร้างนวัตกรรมก้าวกระโดด


