เลือกตั้ง69 : วัชรพล เชื้อคง ทายาทการเมือง ชูภารกิจปากเสียงเกษตรกรอุบลฯ
จาก สจ.ท้องถิ่นสู่ผู้สมัคร สส.เขต 10 อุบลราชธานี “วัชรพล เชื้อคง” ใต้ธงเพื่อไทย ประกาศภารกิจดันเสียงเกษตรกร–แก้ราคาพืชผล–คุมเกมชายแดน
KEY
POINTS
- วัชรพล เชื้อคง ทายาทนักการเมือง สมคิด เชื้อคง ลงสมัคร สส. อุบลราชธานี เขต 10 ในนามพรรคเพื่อไทย
- ประกาศตัวเป็น "ปากเสียงเกษตรกร" โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันและแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำในพื้นที่
- ชูประสบการณ์การเมืองท้องถิ่นจากการเป็น สจ. และรองประธานสภา อบจ. พร้อมสไตล์การทำงานแบบ "กล้าชน" เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
สนามเลือกตั้งปี 2569 ในจังหวัดอุบลราชธานีเริ่มคึกคัก หนึ่งในชื่อที่ถูกจับตามองคือ วัชรพล เชื้อคง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 10 พรรค พรรคเพื่อไทย ทายาททางการเมืองของ สมคิด เชื้อคง อดีต สส.พื้นที่ ที่ประกาศชัด ขอเป็น “ปากเสียงเกษตรกร” บนเวทีการเมืองระดับชาติ
จากพื้นที่สู่สนามใหญ่ : เส้นทางคนการเมืองรุ่นใหม่
วัชรพลเติบโตและคลุกคลีอยู่กับพื้นที่เขต 10 มายาวนาน ตั้งแต่ก่อนบิดาจะก้าวเข้าสู่การเมืองระดับชาติ ทำให้เห็นปัญหาความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรอย่างใกล้ชิด
วัชรพล เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาจังหวัดอุบลราชธานี (สจ.) อำเภอสำโรง 1 สมัย และได้รับความไว้วางใจให้เป็นรองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะเว้นวรรค และส่งต่อบทบาทให้ครอบครัวดูแลพื้นที่ต่อเนื่อง
ใต้ธงเพื่อไทย : ความเชื่อมั่นในนโยบายรากหญ้า
วัชรพลระบุว่า การตัดสินใจลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย มาจากความเชื่อมั่นในอุดมการณ์ที่ยืนอยู่ข้างประชาชนระดับฐานราก และมีผลงานเป็นรูปธรรมต่อภาคเกษตร ไม่ว่าจะเป็นราคาข้าว ยางพารา หรือมันสำปะหลัง
สำหรับเขตเลือกตั้งที่ 10 ซึ่งครอบคลุมอำเภอทุ่งศรีอุดม น้ำขุ่น น้ำยืน สำโรง และบางส่วนของเดชอุดม ปัญหาราคามันสำปะหลังตกต่ำและการถูกกดราคาจากนายทุน ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องผลักดันเชิงนโยบายอย่างจริงจัง
“กล้าคิด กล้าชน” : สไตล์การเมืองกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม
หนึ่งในภาพจำของวัชรพล คือบทบาทการทำงานแบบ “ชนกับอำนาจรัฐที่รังแกประชาชน” โดยเฉพาะกรณีการจัดการปัญหาตู้สล็อตในอำเภอสำโรง ซึ่งแม้ต้องเผชิญแรงกดดันและความเสี่ยง แต่เขายืนยันเดินหน้าจนพื้นที่ปลอดปัญหา
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนความพยายามของนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงรับฟังเสียงชาวบ้าน แต่พร้อมยืนเป็นกันชนระหว่างประชาชนกับอำนาจที่ไม่เป็นธรรม
ประสบการณ์ท้องถิ่น กับโจทย์ชายแดนยาว 200 กม.
ประสบการณ์ใน อบจ. ทำให้วัชรพลเข้าใจกลไกงบประมาณและการประสานงานระดับพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ทอดยาวตามแนวชายแดนกว่า 200 กิโลเมตร
วัชรพล เขาเคยมีบทบาทในการประสานงบพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การลงพื้นที่ช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบชายแดน และการช่วยเหลือประชาชนในภาวะวิกฤต ซึ่งหล่อหลอมมุมมองว่าความมั่นคงและเศรษฐกิจชายแดนต้องเดินควบคู่กัน
กรณีของวัชรพล เชื้อคง สะท้อนภาพ “ทายาทการเมือง” ที่พยายามก้าวพ้นการพึ่งพานามสกุล ด้วยการนำทุนทางประสบการณ์ท้องถิ่นและการทำงานเชิงรุก มาตอบโจทย์พื้นที่เฉพาะทางอย่างเกษตรและชายแดน ความท้าทายสำคัญคือการแปลงความนิยมระดับพรรค ให้กลายเป็นคะแนนตัวบุคคลในสนามเขต
เส้นทางของวัชรพล เชื้อคง ในสนามเลือกตั้ง 2569 จึงไม่ใช่เพียงการสืบทอดบทบาททางการเมือง หากแต่เป็นบททดสอบว่า นักการเมืองรุ่นใหม่ที่เข้าใจพื้นที่ จะทำให้ “เสียงเกษตรกรอุบลฯ” ดังพอในสภาได้จริงเพียงใด เมื่อเกมการเมืองระดับชาติกำลังเริ่มต้นอย่างเข้มข้น
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์ (คลิ๊กชม)


