ศึกเลือกตั้ง69 รีแมตช์เดือด เขตแพ้ชนะหลักร้อยเดิมพันรัฐบาลใหม่
เลือกตั้ง69 เดือดในเขตชนะหวิว หลายสนามเป็นคู่ชกหน้าเดิมที่ย้ายค่าย เปลี่ยนสีเสื้อ หวังพลิกผลคะแนนหลักร้อย ชี้ชะตาสมดุลอำนาจรัฐบาลใหม่
KEY
POINTS
- การเลือกตั้งปี 2569 ถูกจับตามองในฐานะ "ศึกล้างตา" โดยเฉพาะในเขตที่ผลเลือกตั้งครั้งก่อนมีคะแนนห่างกันเพียงหลักร้อย
- ผู้สมัครคนเดิมในหลายเขตมีการย้ายพรรคการเมือง ทำให้การแข่งขันเข้มข้นขึ้นและไม่สามารถคาดเดาฐานเสียงเดิมได้
- ผลแพ้ชนะในเขตคะแนนสูสีเหล่านี้จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาจำนวน สส. และทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลชุดต่อไป
การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถูกจับตาในฐานะ “ศึกล้างตา” ของการเมืองไทย โดยเฉพาะ 5–6 เขตที่ผลเลือกตั้งปี 2566 ชนะกันเพียงหลักร้อยคะแนน
สนามเหล่านี้ไม่เพียงเป็นการรีแมตช์ของคู่ชกหน้าเดิม แต่ยังเต็มไปด้วยปรากฏการณ์ “เปลี่ยนค่าย” เพื่อเพิ่มโอกาสคว้าชัย
เมื่อผู้สมัครคนเดิมเดินเกมภายใต้สีเสื้อใหม่ คะแนนเสียงเดิมจึงไม่อาจยึดถือเป็นฐานคงที่อีกต่อไป ทุกคะแนนในเขตชนะหวิวจึงถูกยกระดับเป็นตัวแปรชี้ชะตาโครงสร้างสภา และทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
สมรภูมิเดือด “ศึกล้างตา”
1) ชลบุรี เขต 10 (สัตหีบ)
ศึกรีแมตช์ระหว่าง สะถิระ เผือกประพันธุ์ แชมป์เก่าที่ขยับจาก พรรคพลังประชารัฐ สู่ พรรคกล้าธรรม กับ พนธกร ใคร่ครวญ อดีตรองนายก อบจ.ชลบุรี ที่ย้ายจาก พรรคเพื่อไทย ไป พรรคภูมิใจไทย ครั้งก่อนสะถิระชนะเพียง 184 คะแนน การสลับค่ายทำให้สัตหีบกลายเป็นสนามชิงฐานใหม่ของทั้งคู่
2) กาญจนบุรี เขต 3 (ท่ามะกา–พนมทวน)
ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน (ภูมิใจไทย) ต้องรักษาแชมป์จาก พลอย ธนิกุล (เพื่อไทย) ที่ครั้งก่อนแพ้เพียง 780 คะแนน รอบนี้พลอยได้แรงหนุน “พลังกาญจน์” ขณะที่ยศวัฒน์มี ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นพี่เลี้ยง เสริมด้วยเครือข่ายตระกูลโพธิพิพิธ
3) บุรีรัมย์ เขต 7
การดวลระหว่าง พรชัย ศรีสุริยันโยธิน (ภูมิใจไทย) กับ พรรณธนู วรรณกางซ้าย (เพื่อไทย) ครั้งก่อนพรชัยเฉือน 215 คะแนน ท่ามกลางแรงต้านผู้ย้ายค่ายสู่ค่ายน้ำเงิน รอบนี้เพื่อไทยหวังเจาะฐานที่มั่นสำคัญให้ได้
สนามเปลี่ยนตัว–ตัวแปรใหม่
4) เชียงใหม่ เขต 5
เดิมเป็นของ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ (เพื่อไทย) ที่ชนะ สมชิต กันธะยา (ก้าวไกลเดิม) เพียง 277 คะแนน เลือกตั้ง 2569 เพื่อไทยเปลี่ยนผู้สมัครเป็น อัจฉรารัตน์ นันทะเสน หลังจุลพันธ์ขยับสู่ปาร์ตี้ลิสต์และแคนดิเดตนายกฯ ขณะที่สมชิตสู้ต่อในนาม พรรคประชาชน
5) ตรัง เขต 4
กาญจน์ ตั้งปอง (ประชาธิปัตย์) รับศึกหนักจาก พิชัย เจริญศิริสุนทร หน้าใหม่ภูมิใจไทย ตัวแปรสำคัญคือ สมชาย โล่พิพิธสถาพร หรือ “โกหนอ” ที่ย้ายมาเป็นพี่เลี้ยงฝั่งน้ำเงิน กลายเป็นเกม “2 รุม 1” โค่นแชมป์เก่า
"สมรภูมิเพิ่มเติม"
สงขลา เขต 2: ศาสตรา ศรีปาน ย้ายจาก พรรครวมไทยสร้างชาติ สู่ภูมิใจไทย รีแมตช์กับ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ (ประชาชน) โดยมี จูรี นุ่มแก้ว (ประชาธิปัตย์) ดึงคะแนนอนุรักษ์นิยม
พัทลุง เขต 2: ศึกพรรคร่วมรัฐบาลระหว่าง นิติศักดิ์ ธรรมเพชร (ย้าย จากรทสช.ไปเพื่อไทย) กับวรสิทธิ์ เทอดวีระพงศ์ (ภูมิใจไทย) โดยมี นาที รัชกิจประการ เป็นแม่ทัพค่ายน้ำเงิน
ภาพใหญ่–สูตรรัฐบาลหลังเลือกตั้ง
ภาพรวมปี 2569 สะท้อนเกมรุกของ “ค่ายน้ำเงิน” ที่เร่งสะสม สส. ผ่านเครือข่ายบ้านใหญ่ ขณะที่ “ค่ายแดง” เผชิญแรงดึงตัวผู้สมัครออกจากพื้นที่เดิม ส่วน “ค่ายส้ม” ยังมีคะแนนนิยมผู้นำสูง แต่เผชิญข้อจำกัดการรวมเสียงในสภา
สูตรจัดตั้งรัฐบาลที่ถูกประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูง คือการจับมือ เพื่อไทย–ภูมิใจไทย โดยมี กล้าธรรม หรือ ประชาธิปัตย์ เป็นตัวเติมเสียงให้เกินกึ่งหนึ่ง หากพรรคประชาชนได้อันดับหนึ่งแต่ถูกปิดกั้นจากเงื่อนไขการเมือง
เลือกตั้ง 2569 คือกระดานหมากรุกที่สลับตัวผู้เล่น คนหน้าเดิมในสีเสื้อใหม่ทำให้คะแนนหลักร้อยมีค่าเท่าทอง เขตชนะหวิวจึงชี้ชะตาสภา และกำหนดว่าใครจะกุมอำนาจรัฐบาลชุดต่อไป
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : เนชั่นอินไซต์ (คลิ๊กชม)


